ขับถ่ายอุจจระออกมากับเลือด

  [แหล่งที่มา :  เภสัชกรลาวัลย์ เซี่ยงจ๊ง ] 


การถ่ายอุจจาระเป็นเลือด อาจมีสาเหตุได้หลายอย่าง เช่น ริดสีดวงทวาร มะเร็งลำไส้ใหญ่ หรือผลข้างเคียงจากการทานยาบางอย่างก็ได้ เราจะสามารถบอกได้คร่าว ๆ ว่าอาจเป็นโรคอะไร และเมื่อไรต้องพบแพทย์

 

          - ถ่ายปกติก่อน และต่อมามีเลือดสด หยดตามมาโดยเลือดไม่ปนอุจจาระ อันนี้กว่า 90 % บอก ได้ว่าเป็นริดสีดวงทวาร โดยเฉพาะถ้าเป็น ๆ หาย ๆ หรือคลำก้อนที่ทวารได้ บางคนปวด บางคนไม่ปวด อย่างไรก็ตาม ไปพบแพทย์เพื่อความแน่นอนดีที่สุดเพราะ

 

          - คนไข้มะเร็งทวารส่วนหนึ่งมีอาการเริ่มต้นคล้าย ๆ อย่างนี้

 

          - โดย เฉพาะถ้ามีอาการร่วมเหล่านี้เช่น ปวดเบ่ง นน.ลด ผอมลง เบื่ออาหาร อุจจาระก้อนเล็กยาวเหมือนผ่านรูแคบ ๆ ท้องผูกสลับเสีย บางทีถ่ายมูกปนเลือด อายุมาก ประวัติเสี่ยงมะเร็งในครอบครัว หรืออาการเป็นมากขึ้นเรื่อย ๆ

 

          - อุจจาระปนเป็นเนื้อเดียวกับเลือด อาจมีคล้าย ๆ มูก แนะนำพบแพทย์ ด้วยเหตุผลข้างบน

 

          - อุจจาระเหลวแดงคล้ำถึงดำ เหม็น อาจมีเลือดออกจากส่วนที่สูงกว่านั้น เช่นส่วนต้นของลำไส้ใหญ่ หรือกระเพาะ แนะนำว่าให้พบแพทย์

 

          1. มะเร็งลำไส้ใหญ่ เป็นมะเร็งที่พบบ่อย เป็นอันดับ 3 รอง ลงมาจากมะเร็งปอดและมะเร็งปากมดลูก มักมีอาการถ่ายเป็นเลือดเป็นสำคัญ ในความเป็นจริงแล้ว มะเร็งมีการเติบโตในลำไส้ใหญ่เป็นเวลาหลายปีแล้ว ก่อนที่จะมีอาการเกิดขึ้น ดังนั้น อาการของมะเร็งลำไส้ใหญ่ในระยะเริ่มแรกจึงไม่มีอาการอะไร ซึ่งกินเวลานานหลายปีก่อนที่จะเริ่มมีอาการเบื่ออาหาร น้ำหนักลด เมื่อก้อนโตมากขึ้น กลายเป็นแผลจึงจะมีอาการเลือดออก ลำไส้อุดตัน หรือลำไส้ทะลุ ซึ่งส่วนใหญ่จะพบว่า ผู้ป่วยมักมีอาการเลือดออกบริเวณไส้ตรง (ริดสีดวงทวาร), มีเลือดปนออกมากับอุจจาระ มีอาการปวดเวลาขับอุจจาระและมักมีอาการท้องเสีย/ท้องผูกเรื้อรังร่วมด้วยเสมอ

 

          มะเร็ง ลำไส้ใหญ่ อาจไม่มีอาการอะไรเลยก็ได้ จนกว่าก้อนมะเร็งจะโตมาก โดยอาการแรกที่จะพบได้ คือ เบื่ออาหาร และน้ำหนักลดโดยไม่ทราบสามารถเหตุ ถ้าเป็นมากขึ้นจะมีอาการถ่ายเป็นเลือด หรือมูกปนเลือด ส่วนน้อยที่จะมีอาการท้องอืด อาเจียน จากลำไส้อุดตัน จึงสามารถสรุปปรากฏอาการต่าง ๆ ได้ดังนี้คือ

 

          - ถ่ายอุจจาระมีเลือดปน

           - อุปนิสัยการขับถ่ายเปลี่ยนไป เช่น เคยถ่ายอุจจาระทุกวันก็เปลี่ยนไปมีอาการท้องผูก

           - อุจจาระมีขนาดเล็กลง

           - ปวดมวนท้อง

           - ปวดถ่ายอุจจาระบ่อย ๆ อย่างไม่เคยเป็นมาก่อน

           - โลหิตจางโดยไม่ทราบสาเหตุ

           - น้ำหนักลดโดยไม่ทราบสาเหตุ

 

          นอกจากนี้ยังพบว่า อาการของมะเร็งลำไส้ใหญ่ขึ้นอยู่กับตำแหน่งที่ก้อนมะเร็งตั้งอยู่ เช่น

 

          - ถ้า เป็นมะเร็งที่บริเวณลำไส้ใหญ่ส่วนต้น ซึ่งอุจจาระยังเหลวมากนั้น อาการจะปรากฏในรูปของเลือดออก โลหิตจาง อ่อนเพลีย ใจสั่น หายใจลำบาก

 

           - ถ้าเป็นมะเร็งที่ลำไส้ใหญ่ส่วนขวางอาจปรากฏอาการปวดท้อง ท้องอืด เลือดออก

 

           - ส่วนมะเร็งที่ลำไส้ใหญ่ส่วนปลาย และลำไส้ตรงอาจปรากฏอาการแสดงของอุจจาระที่มีก้อนเล็กลง การขับถ่ายไม่สม่ำเสมอ ปวดท้องถ่าย

 

          มะเร็ง ของลำไส้ใหญ่ทุกส่วนมีโอกาสมีเลือดออกมาทั้งเลือดสด ๆ หรือเลือดเก่า จึงขอให้สังเกตดู หากมีลักษณะสีของอุจจาระเปลี่ยนไปขอให้ปรึกษาแพทย์ทันที !!

 

          2. ส่วนริดสีดวงทวาร นั้น จะมีอาการสำคัญก็คือการถ่ายอุจจาระออกมาเป็นเลือดสดๆทั้งนี้เนื่องจากการ เบ่งถ่ายแรงๆ หัวริดสีดวงทวาร (กลุ่มหลอดเลือดดำขอด) จะปริแตกออกอาการส่วนมากจะมีอาการเลือดออกทางทวารหนัก เป็นเลือดแดงสด เกิดขึ้นขณะถ่ายอุจจาระ อาจสังเกตมีเลือดเปื้อนกระดาษชำระ หรือปนมากับอุจจาระ หรือมีเลือดไหลออกเป็นหยดโดยไม่รู้สึกเจ็บปวดแต่อย่างไร บางคนอาจรู้สึกเจ็บที่ทวารหนัก และถ่ายอุจจาระลำบาก หรืออาจมีอาการคันก้น ถ้าริดสีดวงอักเสบ หรือหลุดออกมาข้างนอก อาจทำให้รู้สึกปวดรุนแรง จนถึงกับนั่งยืน หรือเดินไม่สะดวก และคลำได้ก้อนเนื้อนุ่มๆ สีคล้ำๆ ที่ปากทวารหนัก

 

          ถ้า มีเลือดออกมากหรือเรื้อรัง อาจมีอาการซีดได้ในระยะแรกจะมีเพียงการถ่ายเป็นเลือดโดยที่ไม่มีอาการปวด แต่ในระยะหลังอาจมีอาการปวดมากขึ้นหรือมีก้อน โดยเฉพาะอย่างยิ่งก้อนที่ออกมาแล้วดันกลับเข้าไปไม่ได้จะปวดมาก ถ้ามีเลือดออกนานๆอาจมีอาการของการขาดเลือด โลหิตจาง หน้ามืด เวียนศีรษะสำหรับริดสีดวงภายนอกมักมาด้วยอาการปวดมากกว่า มักไม่มีเลือดออกถ้าไม่มีริดสีดวงทวารหนักภายในร่วมด้วย

 

          สิ่ง ตรวจพบอาจคลำได้ก้อนเนื้อนุ่ม ๆ สีคล้ำ ๆ ที่ปากทวารหนัก จากอาการของโรคและการตรวจร่างกายโดยการใช้นิ้วสอดเข้าไปในรูทวารหนัก และการส่องกล้องนอกจากนี้ถ้ามีอาการมากกว่า 1 สัปดาห์แพทย์จะทำการตรวจหามะเร็งลำไส้ใหญ่ด้วย โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่มีอายุมากกว่า 40 ปีขึ้นไป

 

          ริดสีดวง ทวารเป็นสาเหตุสำคัญของการถ่ายเป็นเลือดสดๆ โรคนี้ไม่มีอันตรายร้ายแรง แต่ทำให้เกิดความไม่สะดวกเป็นอันมาก ที่สำคัญสามารถป้องกันด้วยการระมัดระวังอย่าให้ท้องผูก เพราะเมื่อท้องผูกจำเป็นต้องเบ่งถ่าย และการเบ่งถ่ายเป็นสาเหตุให้มีเลือดออกได้ ในกรณีที่มีอาการถ่ายเป็นเลือดนานกว่า1 สัปดาห์ หรือพบในคนอายุมากกว่า 40 ปี ควรปรึกษาแพทย์ เพราะอาจเป็นสาเหตุอื่นด้วยเช่น มะเร็งลำไส้ใหญ่ เป็นต้น