ไขมัน น้ำตาล เอนไซม์ และ กล้ามเนื้อ  

 


 

ผู้อ่านทุกท่านคงเคยปิ้งหรือย่างอาหารนะครับ คงจะจำได้ว่าการที่เราจะย่างหรือปิ้งอะไร เราจะต้องมีเชื้อเพลิงหลักคือฟืนและน้ำมันเชื้อเพลิงหรือเศษกระดาษในการทำให้ไฟติดช่วงแรก ๆ นะครับ ร่างกายคนเราก็ทำงานอย่างนั้นเหมือนกัน โดยน้ำมันเชื้อเพลิงหรือเศษกระดาษที่ใช้ในการเริ่มต้นทำให้ไฟติด ก็คือน้ำตาล หรือน้ำตาลที่อยู่ในรูปไกลโคเจน ที่เผาไหม้เร็วแต่ให้พลังงานน้อย ในขณะที่ฟืนที่ติดไฟยากกว่านั้น แต่ติดนานและให้พลังงานมากนั้นก็เปรียบดังไขมันในร่างกายเรานี้เอง  ซึ่งร่างกายคนเรามีไขมันค่อนข้าง เมื่อเรารู้สึกหมดแรงก็คือเราใช้น้ำตาลหมด แต่เรายังมีไขมันอยู่ ลองนึกภาพคนอ้วนหมดแรง ต่อให้เหงื่อไหลมากเท่าใด หรือออกแรงหนักขนาดไหนในเวลานั้น คนอ้วนก็ยังอ้วนอยู่ ถ้าเขาผอมลงเล็กน้อยนั้นเป็นเพราะเขาขาดน้ำ ไม่ใช่ไขมัน

 

หลังจากที่ท่านผู้อ่านทราบแล้วว่าพลังงานหลักจากร่างกายเราคือไขมัน เรามาทำความรู้จักมันมากขึ้นดีกว่า หลังจากร่างกายได้รับไขมันร่างกายจะเปลี่ยนมันเป็น กรดไขมัน, ไตรกลีเซอไรด์, cholesterol ดี (HDL), cholesterol ไม่ดี (LDL), และอื่น ๆ แต่ไขมันที่เล็กที่สุดคือกรดไขมันซี่งสามารถเคลื่อนที่เข้าออกเส้นเลือดไปให้พลังงานกับกล้ามเนื้อเมื่อต้องการได้ แต่ถ้ากล้ามเนื้อยังไม่ต้องการพลังงาน กรดไขมันพวกนี้ก็จะออกจากเส้นเลือดกลับไปที่เก็บไขมันในร่างกาย (เช่น รอบเอวไงครับ) ในขณะที่ไตรกลีเซอไรด์กับ cholesterol จะสร้างชั้นไขมันในหลอดเลือดและเป็นสาเหตุสำคัญของโรคหัวใจ, หลอดเลือดในสมองแตก, ความดันโลหิตสูง และอื่น ๆ อีกอย่างที่ควรรู้คือเมื่อกรดไขมันไม่ถูกใช้มันจะจับตัวกันเป็นกลุ่มละสาม หรือที่เราเรียกว่าไตรกลีเซอไรด์ไงล่ะครับ แล้วที่พูดมาทั้งหมดล่ะ ก็สรุปได้สั้น ๆ ว่า ถ้าเราออกำลังกาย เราก็สอนร่างกายให้เผาไขมันและไตรกลีเซอไรด์พวกนี้ลดลงไป

 

ท่านผู้อ่านคงเริ่มสงสัยแล้วซิครับว่าแล้วกล้ามเนื้อใช้ไขมันอย่างไร สั้น ๆ ง่ายก็คือ กล้ามเนื้อจะใช้น้ำตาลกลูโคสจากหลอดเลือดเป็นตัวเริ่มต้นไปพร้อมกับกรดไขมันจากหลอดเลือด โดยกล้ามเนื้อจะมีเอนไซม์ที่สลายไขมันกับน้ำตาลอยู่ในเซลล์ (นึกภาพน้ำมันก๊าดกับท่อนฟืนตามก็ได้นะครับ โดยน้ำตาลเป็นน้ำมันก๊าดและไขมันเป็นท่อนฟืน) หลังจากเอนไซม์สลายไขมันและน้ำตาลแล้วผลลัพธ์ที่ได้คือ ก๊าสคาร์บอนไดออกไซด์กับน้ำ และพลังงานที่ปล่อยออกมาซึ่งกล้ามเนื้อจะนำไปใช้งาน โดยกระบวนการนี้จะสมบูรณ์ได้ต้องมีก๊าซออกซิเจน เพราะเอนไซม์ที่สลายไขมันต้องทำงานโดยใช้ออกซิเจน (aerobic - แปลว่าต้องใช้ออกซิเจนซึ่งหมายถึงต้องหายใจ aerobic exercise = การออกกำลังกายที่ร่างกายทำงานโดยไม่ขาดออกซิเจนหรือก็คือหายใจทันนั้นเอง) ดังนั้นเมื่อเราออกแรงหนักเช่นวิ่ง 200 เมตรสุดแรงเกิดร่างกายก็จะต้องกายพลังงานเพิ่ม แต่เนื่องจากปริมาณออกซิเจนเข้ามาในเซลล์เกือบเท่าเดิม เอนไซม์สลายไขมันก็จะหยุดทำงาน โดยร่างกายจะได้พลังงานหลักจากน้ำตาลเท่านั้น จึงไม่แปลกเลยที่เราสามารถวิ่งเหยาะได้หลายกิโล แต่วิ่งสุดแรงเกิดได้แค่ไม่ถึงกิโล      

 

ข่าวดีก็คือเซลล์ต้องตกอยู่ภายใต้การทำงานที่หนักแต่ไม่หนักเกินไปเป็นเวลานาน เซลล์จะสร้างเอนไซม์สลายไขมันเพิ่ม

 

เอนไซม์เป็นแค่โปรตีนที่มีรูปร่างแปลก โดยเอนไซม์บางประเภทค่อนข้างเสถียรเช่นเอนไซม์สลายน้ำตาลในเซลล์ ถึงแม้เราไม่ออกกำลังกาย มันก็ยังอยู่ในกล้ามเนื้อ ในขณะที่เอนไซม์สลายไขมันถ้ากล้ามเนื้อไม่ต้องกลายเป็นระยะเวลาหนึ่งก็จะถูกสลายทิ้งไป จำไว้ว่าเอนไซม์เป็นแค่โปรตีน อย่าให้ใครมาหลอกขายเอนไซม์และอวดอ้างว่าจะทำให้ขีดความสามารถของคุณเพิ่มได้ เพราะ ณ นาทีที่เอนไซม์ตกถึงกระเพาะมันก็จะเปลี่ยนรูปโดยกรดในกระเพาะและหมดสภาพไป