มาเลเซียวางแผนที่เสริมเขี้ยวเล็บ ทอ.ด้วยเครื่องบินรบใหม่และเครื่องบินเตือนภัยทางอากาศ

[Flight Global: 14 เม.ย. 2553]


ทอ.มาเลเซีย ประสบปัญหาเครื่องบินมากแบบเกินไปและเครื่องบินไม่ทันสมัยเมื่อเทียบกับ ทอ.เพื่อนบ้าน

แต่ทางรัฐบาลมาเลเซียและกองทัพอากาศได้พยายามที่จะเพิ่มขีดความสามารถเครื่องบินของ ทอ. แม้ว่าจะมีการตัดงบประมาณทหาร โดยมีการให้ยื่นข้อมูลเกี่ยวกับเครื่องบินรบและเครื่องบินเตือนภัยทางอากาศ ในกลางเดือนมีนาคมที่ผ่านมา โดยรัฐบาลได้ตัดงบกลาโหมลงกว่า 17% เหลือ 9.1 พันล้านริงกิต หรือประมาณ $2.7 พันล้านเหรียญสหรัฐ ในความพยายามที่จะลดการขาดดุลงบประมาณ

ก่อนหน้านี้ งบประมาณทหารของมาเลเซียได้เพิ่มขึ้นในปี 2007 (8%), 2008 (20%) and 2009 (4%) ก่อนที่องค์กรวิจัยสันติภาพในกรุงสต็อคโฮมส์ (Stockholm International Peace Research Institute) จะระบุว่าในช่วงปี 2005-09 ประเทศมาเลเซียได้มีการเพิ่มงบประมาณทหารมากที่สุดในกลุ่มประเทศเอเซียอาคเนย์

ตอนนี้มาเลเซียกำลังวางแผนการใช้งบประมาณช่วง 5 ปี เป็นแผนที่ 10 ที่จะใช้ในช่วง 2011-15 โดยมีความเป็นไปได้สูงงบประมาณทหารจะถูกจัดสรรจากส่วนนี้ด้วย ซึ่งก่อนหน้านี้การซื้อเครื่องบิน Airbus Military A400Ms และเครื่องบินรบ Sukhoi Su-30s ไม่เคยอยู่ในแผนงบประมาณรายจ่ายประจำปี

นี่เป็นครั้งที่สามที่ประเทศมาเลเซียได้ขอข้อมูลเกี่ยวกับเครื่องบินรบและเครื่องบินเตือนภัยทางอากาศ แหล่งข่าวในอุตสาหกรรมการบินทหารกล่าว "นี่ก็สามครั้งแล้ว ที่มีการสอบถามข้อมูล ถ้าพวกเขายังไม่ตัดสินใจอีก เราอาจจะไม่ให้ข้อมูลเพิ่มอีกถ้ามีการติดต่ออีกในอนาคต"

มาเลเซีย มักจะซื้อเครื่องบินรบจากทางรัสเซียหรือยุโรป ทั้งนี้เพราะนายกรัฐมนตรีในรอบ 23 ปีที่ผ่านมาคือนาย Mahathir Mohamad ซึ่งมีนโยบายต่อต้านสหรัฐ อเมริกาฯ อย่างรุนแรง

แต่นาย Mahathir ได้เลิกเล่นการเมืองในปี 2003 และนายกรัฐมนตรคนปัจจุบันคือนาย Najib Razak ที่มีนโยบายเป็นมิตรต่อสหรัฐ ฯ มากขึ้น

นาย Najib เคยเป็นรมว.กลาโหม เมื่อครั้งมีการสั่งซื้อเครื่องบิน Sukhoi และปัจจุบันตัวแทนผู้ส่งออกทางทหารของรัสเซียได้ประกาศแล้วว่าจะมีการเสนอขาย เครื่องบิน Su-30 ในการขอข้อมูลเครื่องบินรบครั้งนี้

ทอ.มาเลเซียวางแผนที่จะซื้อเครื่องบินอีก 1 หรือ 2 ฝูงบิน โดยเป็นจำนวน 36-40 ลำ โดยนอกจากเครื่องบิน Su-30 แล้ว มาเลเซียกำลังพิจารณาเครื่องบิน  Boeing F/A-18E/F Super Hornet, Lockheed Martin F-16 และเครื่องบิน Saab Gripen (ที่ ทอ.ไทยเพิ่งซื้อ)

รมว.กลาโหม มาเลเซีย นาย Ahmad Zahid ได้วิจารณ์ว่าเครื่องบิน RSK MiG-29s นั้นแพงมากที่จะบำรุงรักษาและจะทำการปลดประจำการในปลายปีนี้ แต่หลังจากมีการล็อบบี้ด้านการเมือง รมว.กลาโหมก็ตัดสินใจที่จะเลื่อนเวลาปลดประจำการออกไป

"มาเลเซียได้ทำการขอข้อมูลสำหรับเครื่องบินเตือนภัยทางอากาศอีก สองแบบคือ แบบที่ใช้ระบบค้นหาของ Saab Microwave Systems' Erieye และของ Northrop Grumman E-2 Hawkeye โดยจะมีการติดตั้งกับเครื่องบินเตือนภัยทางอากาศ Embraer ERJ-145 AEW หรือ เครื่องบินเตือนภัยทางอากาศ E-2D

เดิมที ทอ.มาเลเซียได้ใช้เครื่องบิน Beechcraft King Air กับระบบค้นหา Thales radar แต่ความสามารถนี้ดูด้อยลง เมื่อประเทศเพื่อนบ้านอย่างสิงคโปร์ได้ซื้อเครื่องบิน Gulfstream G550s ที่ดัดแปลงโดยประเทศอิสราเอลแลมีการติดตั้ง ระบบเตือนภัยทางอากาศของ Elta

มาเลเซียยังได้สั่งซื้อเครื่องบิน A400Ms จำนวน 4 ลำในปี 2005 และยังเป็นประเทศเดียวนอกยุโรปที่มีเครื่องบินขนส่งลำเลียงทางทหารแบบดังกล่าว

โดยประเทศมาเลเซียยังมีแผนที่จะซื้อ ฮ.มาแทนที่ ฮ. Sikorsky S-61 Nuri จำนวน 20 ลำ โดยทางกัวลาลำเปอร์กำลังเลือกระหว่าง ฮ. Eurocopter EC725, ฮ.AgustaWestland AW101, Mil Mi-17 และ ฮ.Sikorsky S-92 แต่ก็มีการยกเลิกการซื้อดังกล่าวเนื่อจากแรงต้านจากฝ่ายค้าน

โดยฝ่ายค้านได้กล่าวว่าสัญญาดังกล่าวมีราคาสูงเกินไป และปัจจุบัน ฮ.Eurocopter ก็ยังเป็นตัวเต็งอยู่ โดยจะมีการซื้อก่อน 12 ลำและอาจมีการซื้อเพิ่มอีก 48 ลำ เครื่องบินสำรวจชายฝั่งก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่จะถูกซื้อมาทดแทนเครื่องบินเตือนภัยทางอากาศแบบเก่า Super King Airs โดยอาจมีการซื้อเครื่องบิน Indonesian Aerospace CN-235 จำนวน 4 ลำได้ โดยอาจจะมีการเซ็นหนังสือข้อตกลงความตั้งใจในอาทิตย์นี้

แต่ผู้เสนอราคาทั้งหลายก็ยังมีข้อกังขาว่า เงินส่วนนี้ที่จะซื้อเครื่องบินใหม่ทั้งหมดนี้จะมาจากไหน โดยเวลา ความพยายามและเงินที่เกี่ยวข้องกับขั้นตอนนี้ต้องใช้เป็นจำนวนมาก และผู้เสนอราคาหลายหนึ่ง ก็กล่าวว่า "เงินก้อนนี้จะต้องมาจากที่ใดสักที่"


 

* สนใจอ่านบทความที่เกี่ยวข้องกับข่าวนี้ใน aero-update กรุณากดปุ่ม Search


Google: Yahoo: MSN: