ค้นหาข่าวที่เกี่ยวข้อง
เลือกภาษา

Posts Tagged ‘Quality Assurance’

AS 9100 : มาตรฐานสำหรับอุตสาหกรรมการบิน กับการซ่อมบำรุงและงานพัสดุ

ร.อ.ปรัชญา  กิตติศักดิ์กุล

ที่มาของรูป:http://www.qualitydigest.com/july05/articles/03_article.shtml

ในขณะที่ อุตสาหกรรมต่างๆ กำลังขยายตัวอย่างต่อเนื่อง ความต้องการสินค้าหรือผลิตภัณฑ์ในตลาดมีมากขึ้น ทำให้ผู้ผลิตต้องเพิ่มกำลังการผลิตมากขึ้นเป็นเงาตามตัว มีการใช้เครื่องจักรที่มีประสิทธิภาพเพื่อเพิ่มปริมาณตามความต้องการของตลาด ไม่เว้นแม้แต่อุตสาหกรรมการบิน ที่ความต้องการด้านการบินในการนำไปใช้ด้านต่างๆ เริ่มที่จะขยายตัวอย่างมาก ดังนั้น การผลิตไม่ว่าจะเป็นเครื่องบิน เครื่องยนต์ บริภัณฑ์ต่างๆ และ ชิ้นส่วนอะไหล่ที่ใช้ในอุปกรณ์ต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับเครื่องบิน ซึ่งรวมไปถึงการซ่อมบำรุงและการส่งกำลังบำรุงของเครื่องบินอีกด้วย ด้วยเหตุนี้ จึงมีคำถามเกิดขึ้นว่า ผลผลิตที่มีกำลังการผลิตเพิ่มขึ้น จะมีคุณภาพของผลิตภัณฑ์ ดีหรือไม่ คำถามนี้จึงเป็นที่มาของ การควบคุมคุณภาพ (Quality Control : QC ) และ การประกันคุณภาพ (Quality Assurance : QA )

QC และ QA แตกต่างกันอย่างไร

การควบคุมคุณภาพ (Quality Control : QC ) การควบคุมคุณภาพ คือ กิจกรรมและเทคนิคในระดับปฏิบัติการ ซึ่งนำมาใช้เพื่อให้เกิดความสอดคล้องกับข้อกำหนดด้านคุณภาพ ส่วนการประกันคุณภาพ (Quality Assurance : QA ) บรรดา การกระทำ ทั้งหลายที่มีการวางแผนไว้ล่วงหน้าและเป็นไปอย่างมีระบบ ซึ่งจำเป็นที่ต้องมีเพื่อให้ความมั่นใจได้ว่า ผลิตภัณฑ์ หรือ บริการ จะสามารถตอบสนอง ความต้องการด้านคุณภาพ ได้ตามที่ได้ตกลงกัน / การประกันคุณภาพเป็นการสร้างความมั่นใจให้กับลูกค้าว่าจะได้รับแต่สินค้าและบริการที่มีคุณภาพเท่านั้น 1 กล่าวโดยสรุปคือ การควบคุมคุณภาพ คือการควบคุมในระดับแต่ละขั้นตอนให้เป็นไปตามมาตรฐาน ส่วนการประกันคุณภาพ คือ การควบคุมทั้งระบบการทำงานเพื่อให้ผลผลิตจากกระบวนการทำงานนั้นเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ รวมไปถึง เป็นการตรวจสอบขั้นสุดท้ายก่อนที่ผลิตภัณฑ์จะถึงมือผู้บริโภค ซึ่งวงจรทั้งสองจะต้องเป็นไปอย่างสอดคล้องซึ่งกันและกัน โดยการปฏิบัติงานของทั้งสองอย่างนั้น จะมีกระบวนการเข้ามาเกี่ยวข้อง เรียกว่า “ระบบคุณภาพ” (Quality System : QS) ซึ่งระบบคุณภาพนี้จะเป็นเครื่องมือในการควบคุมและประกันคุณภาพของหน่วยงาน ซึ่งประกอบด้วยโครงสร้างการจัดการองค์กร, การกำหนดอำนาจ หน้าที่ และความรับผิดชอบของบุคลากร, กระบวนการทำงาน, เอกสารระเบียบขั้นตอนการดำเนินงาน / วิธีปฏิบัติงาน และทรัพยากรการจัดการต่างๆ ที่จำเป็น เพื่อเอื้ออำนวยให้การบริหารคุณภาพเป็นไปตามวัตถุประสงค์ด้านคุณภาพ ซึ่งเครื่องมือเกี่ยวกับระบบคุณภาพนี้ มีด้วยกันหลายแบบจากหลายๆ สถาบัน เช่น ISO,EN,JIS,DIN เป็นต้น ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับการนำมาใช้ในหน่วยงาน และข้อกำหนดที่มีในระบบคุณภาพ รวมไปถึง ความต้องการของลูกค้าและผู้รับบริการ เช่น อุตสาหกรรมทั่วไป อาจใช้ ISO 9001 เป็นแม่บท ในขณะที่ ห้องปฏิบัติการ จำเป็นต้องใช้ ISO 17025 แต่ในห้องปฏิบัติการที่มีลูกค้าจากประเทศ ญี่ปุ่น อาจใช้ JIS Q 17025  เป็นต้น

สำหรับอุตสาหกรรมการบินนั้น ก็มีระบบคุณภาพที่ใช้ในอุตสาหกรรมการบินเช่นกัน ซึ่งระบบคุณภาพด้านการบินนั้นก็มีหลายสถาบัน แต่ทุกสถาบันจะมีแผนแม่บทมาจาก ISO 9001 เพียงแต่เพิ่มข้อกำหนดที่เน้นไปทางอุตสาหกรรมการบิน โดยใช้รหัส “9100” เหมือนกัน เช่น มาตรฐานยุโรป จะใช้เป็น EN9100 และถ้าเป็นมาตรฐานของ Asia-Pacific (ญี่ปุ่น) จะใช้เป็น JIS Q 9100 แต่ในที่นี้เราจะกล่าวถึง ระบบคุณภาพของอุตสาหกรรมของประเทศ สหรัฐอเมริกา โดยใช้ชื่อมาตรฐานนี้ว่า “AS 9100”

มารู้จัก AS 9100 กันดีกว่า

มาตรฐาน AS9100 ได้รับการพัฒนาขึ้นโดยองค์กรที่เรียกว่า International Aerospace Quality Group หรือ IAQG ซึ่งจัดตั้งขึ้นเมื่อเดือนธันวาคม ปี 1998 มีวัตถุประสงค์ ในการสร้างมาตรฐานทางด้านระบบบริหารคุณภาพ สำหรับอุตสาหกรรม เพื่อการปรับปรุงคุณภาพ และความปลอดภัยรวมถึงการลดต้นทุนลง โดยสมาชิกจะประกอบด้วยบริษัทชั้นนำต่างๆ ที่อยู่ในอุตสาหกรรมอากาศยาน ทั้งในอเมริกา ยุโรปและเอเชีย โดยในปัจจุบันมาตรฐานที่ใช้จะเป็น Rev C ซึ่งได้มีการประกาศใช้อย่างเป็นทางการเมื่อเดือนมกราคม 2009 และได้ขยายขอบเขตของการนำไปใช้งาน ให้ครอบคลุมใน 3 กลุ่มหลักๆ ประกอบด้วยกิจการด้านการขนส่งทางอากาศ (Aviation) กิจการด้านอวกาศ (Space) และกิจการด้านกองทัพ (Defense)

เนื้อหาของมาตรฐาน AS9100 จะประกอบด้วยรายละเอียดของข้อกำหนดจากมาตรฐาน ISO9001 รวมกับข้อกำหนดเพิ่มเติมเฉพาะสาหรับอุตสาหกรรมอากาศยาน (Aerospace sector) ทั้งนี้มาตรฐานในกลุ่ม AS9100 สามารถนำไปใช้ในหลากหลายกิจกรรมตลอดทั้งห่วงโซ่อุปทาน (Supply chain) ในอุตสาหกรรมอากาศยาน รวมถึง การออกแบบและการผลิตอุปกรณ์ต่างๆ การจัดหาชิ้นส่วนอากาศยาน การปฏิบัติการของท่าอากาศยานและสายการบิน ชิ้นส่วนทดแทน การจัดหาและการบำรุงรักษา ศูนย์ซ่อมบำรุงใหญ่ (Overhaul) การปฏิบัติการการบิน (Flight operation) และการขนส่งสินค้า (Cargo handling) ข้อกำหนดของมาตรฐาน AS9100 จะประกอบด้วยข้อกำหนดของมาตรฐาน ISO9001 และเพิ่มเติมด้วยข้อกำหนดเฉพาะสำหรับอุตสาหกรรมอากาศยาน (Aerospace specific requirements) โดยจะเรียงข้อกำหนดตามมาตรฐาน ISO9001 แบ่งเป็น 8 ข้อกำหนดหลัก ประกอบด้วย

1. ขอบเขต

2. เอกสารอ้างอิง

3. คำศัพท์ และคำนิยาม

4. ระบบบริหารคุณภาพ

5. ความรับผิดชอบของฝ่ายบริหาร

6. การจัดการทรัพยากร

7. การทำให้เกิดผลิตภัณฑ์

8. การวัด การวิเคราะห์ และการปรับปรุง

โดยทั้ง 8 ข้อนี้จะมีหัวข้อและเนื้อหาเพิ่มเติม รวมไปถึงวิธีการทำให้ระบบคุณภาพเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ โดยเน้นงานทางด้านอุตสาหกรรมการบิน อาทิเช่น ข้อกำหนดระบบเอกสาร การจัดทำคู่มือคุณภาพ การดูแลให้มีทรัพยากร และสารสนเทศที่จำเป็นอย่างเพียงพอ การจัดการทรัพยากรบุคคล โครงสร้าง และสิ่งแวดล้อมในการทำงาน กระบวนการจัดซื้อและระบบสารสนเทศการจัดซื้อ การบริหารความเสี่ยง การชี้บ่งและสอบกลับได้ เป็นต้น

ตระกูลของ AS9100 2ประกอบด้วย

1. AS9100 จะกล่างถึงรายละเอียดของข้อกำหนดด้านอุตสาหกรรมการบิน

2. AS9110 จะกล่าวถึงข้อกำหนดสำหรับองค์กรที่ดำเนินการซ่อมบำรุงด้านการบิน ตัว AS9110 จะมุ่งเน้นไปที่ การซ่อมบำรุง, การแก้ไขซ่อมแซม และการยกเครื่องใหม่ ในด้านธุรกิจการบิน เครื่องบินถูกออกแบบให้สามารถใช้งานได้ 50 ปีหรือมากกว่านั้น แต่การบำรุงรักษาเพื่อให้สามารถใช้งานได้ยาวนานและมีระบบปฏิบัติการที่ปลอดภัยอย่างต่อเนื่องนับเป็นสิ่งสำคัญ เพราะการใช้มาตรฐาน ISO 9001 อย่างแพร่หลาย จึงมีการเพิ่มเติมข้อกำหนดบางส่วนใน AS9110 โดยเน้นเรื่องของการซ่อมบำรุงด้านการบินเป็นสิ่งสำคัญ

3. AS9120 ข้อกำหนดสำหรับตัวแทนจำหน่าย ซึ่งมุ่งเน้นไปที่องค์กรซึงมีการติดต่อโดยตรงกับ OEM และ องค์กรที่เก็บรักษาชิ้นส่วนและวัสดุต่างๆที่เกี่ยวกับการบิน โดยในขณะที่บริการของตัวแทนจำหน่ายหรือคลังสินค้า สามารถส่งผลกระทบต่อคุณภาพของผลิตภัณฑ์ ถ้าหากตัวแทนจำหน่ายหรือโกดังสินค้ามีการจัดเก็บชิ้นส่วนและวัสดุไม่ถูกต้อง หรือ ขาดการจัดเก็บข้อมูลของการลำเลียงผลิตภัณฑ์จาก OEM ไปสู่ลูกค้า

AS 9120 เป็นส่วนประกอบของ AS9100 และอาจจะถูกใช้โดย กลุ่ม OEM หรือ กลุ่มอื่นๆ ในด้าน Supply Chain ของอุตสาหกรรมการบิน โดยการกลุ่มผู้แทนจำหน่ายทั้งส่วนประกอบและวัสดุด้านการบิน หรือ Distributor จะนำมาตรฐานดังกล่าวมาประยุกต์ใช้ เพื่อเพิ่มมูลค้าและความน่าเชื่อถือ ในกระบวนการเก็บและส่งมอบ

ประโยชน์ที่จะได้รับจากการได้รับการรับรองมาตรฐาน AS 91003

•         สร้างหลักการปฏิบัติที่ดีให้กับอุตสาหกรรมการบิน

•         แสดงให้เห็นถึงความรับผิดชอบต่อลูกค้า ในด้านคุณภาพของการส่งมอบผลิตภัณฑ์ และคุณภาพการบริการ

•         ก่อให้เกิดระบบการจัดการคุณภาพ เพิ่มระดับความเป็นมาตรฐานสากลในการประยุกต์ใช้มาตรฐานสำหรับอุตสาหกรรมการบิน

•         พัฒนาช่องทางด้านการตลาด และกลุ่มลูกค้าใหม่ บนพื้นฐานความเป็นนานาชาติ

•         ลดขั้นตอนที่ซับซ้อนลงและลดจำนวนการตรวจในส่วนของ 2nd party audit และ 3rd party audit

•         เกิดการพัฒนาด้านกระบวนการทำงานและสร้างความพึงพอใจต่อลูกค้าอย่างต่อเนื่อง

•         พัฒนาระบบให้เกิดความมั่นคงและยั่งยืน

การนำมาใช้ในการซ่อมบำรุงและการพัสดุของกองทัพอากาศ

ในปัจจุบันเนื่องจากกองทัพอากาศ มีการซ่อมบำรุงอากาศยานที่ประจำการหลายประเภท และ ระบบการซ่อมและส่งกำลังบำรุงก็มีความหลากหลายตามบริษัทผู้ผลิตอากาศยาน ทำให้เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานเกิดความสับสนในการปฏิบัติ ซึ่งจะนำไปสู่ความผิดพลาดอันเกิดมาจากการซ่อมบำรุง และพัสดุได้ อีกทั้งภาพโดยรวมของการจัดหน่วยการซ่อมบำรุงระดับต่างๆ มีเพียงระบบการควบคุมคุณภาพการซ่อมบำรุง ซึ่งควบคุมเฉพาะกระบวนการซ่อมบำรุงให้เป็นไปตามคู่มือการตรวจเท่านั้น ยังขาดการกำหนดมาตรฐานการควบคุมและหน่วยงานประกันคุณภาพการซ่อมบำรุงที่ทำหน้าที่ การตรวจสอบระบบการซ่อมบำรุงทั้งหมดให้เป็นไปตามแบบแผนเดียวกันทุกหน่วย รวมทั้งสามารถรับประกันได้ว่า คุณภาพ การซ่อมบำรุงและการพัสดุอากาศยานที่ ผ่านการซ่อมบำรุงหน่วยซ่อมบำรุงกองทัพอากาศนั้น จะเป็นไปตามมาตรฐานที่กำหนดไว้  ทำให้เกิดความน่าเชื่อถือ และความไว้วางใจในการเข้าซ่อมบำรุงอากาศยาน อีกทั้งหากระบบสามารถทำงานได้อย่างเต็มที่ ยังสามารถลดภาระการซ่อมบำรุงและงบประมาณ อันเกิดจากการที่อากาศยาน เข้าซ่อมนอกแผนที่กำหนด หรือรอพัสดุเพื่อใช้ในการซ่อมบำรุง อีกด้วย

ดังนั้น การนำระบบคุณภาพเข้ามาใช้ในการซ่อมบำรุงและการพัสดุ ถือเป็นคำตอบที่ทำให้การซ่อมบำรุงอากาศยานและพัสดุของกองทัพอากาศ มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น และเป็นที่ยอมรับในสากล รวมทั้งขจัดข้อขัดข้องต่างๆที่เกิดขึ้น จากระบบการซ่อมบำรุงได้ดีทีเดียว เช่นนี้จึงทำให้ ระบบควบคุมคุณภาพอย่างAS 9100 จึงเป็นทางเลือกหนึ่งที่จะทำให้เพิ่มคุณภาพ ของการซ่อมบำรุงของกองทัพอากาศได้ และรับประกันแน่นอนว่า เครื่องบินของกองทัพอากาศจะสามารถรับใช้ชาติและประชาชนได้อย่างเต็มความสามารถ….

1เอกสารอ้างอิง
1. วีณา โฆษิตสุรังคกุล. Quality (คุณภาพ), สถาบันเพิ่มผลผลิตแห่งชาติ
2. Fox, Michael J. Quality Assurance Management, UK, 1995.
3. Raheja, Dev G. Assurance Technologies, USA, 1991.

2,3 BUREAU VERITAS,ยกระดับการบิน ด้วยมาตรฐานอุตสาหกรรมการบิน,http://www.newswit.com/gen/2009-02-03/a5fc2650d04ae8790a574e77be1633a6/, 3 ก.พ. 2009

Share

ระบบการประกันคุณภาพ QP-4 ทอ.สหรัฐฯ

แปลจาก วิทยานิพนธ์ Micheal E. Farmer Capt.,  QP-4 , AFIT 1989

QP-4  A METHOD FOR IMPLEMENTING QP-4, AN AIR FORCE LOGISTICS COMMAND QUALITY ASSURANCE PROGRAM, IN A BASE LEVEL AIRCRAFT MAINTENANCE ORGANIZATION THESIS  โดย MICHAEL E. FARMER CAPTAIN, USAF ในวิทยานิพนธ์ ได้พยายาม ค้นหาการบริหารและจัดการคุณภาพในแขนงการซ่อมบำรุงอากาศยาน อีกทั้งนำเสนอองค์ความรู้ที่จะกำหนดคำจำกัดความ ความหมายของคุณภาพ การวัดคุณภาพ และการจัดการคุณภาพภายใต้ ระบบการประกันคุณภาพแบบ QP-4 ที่ ทอ.สหรัฐฯ นำมาใช้สำเร็จใน Warner Robin Air Logistic Center.  ซึ่งจุดประสงค์ของวิทยานิพนธ์ ผลสำเร็จจะทำให้ สามารถ วางแผนการใช้ ระบบประกันคุณภาพแบบ QP-4 ในระดับ ฐานบิน ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งจะทำให้สามารถ รองรับความคาดหวังถึงการเพิ่มภารกิจ แต่ ลดทรัพยากรอันเนื่องจากการจำกัดงบประมาณในเวลาเดียวกันลงได้

ตั้งแต่ยุคปี ค.ศ. 80 เป็นต้นมามีการพัฒนาและปรับเปลี่ยนการทำงานขององค์กร

จากการพัฒนาระบบโทรคมนาคม กรรมวิธีข้อมูล ไปจนถึงการพัฒนาประยุกต์ใช้ คอมพิวเตอร์และปัญญาประดิษฐ์ กระบวนการผลิตได้ปรับเปลี่ยนครั้งใหญ่เป็นประวัติการณ์  แนวความคิดใหม่ได้ถูกนำเสนอเพื่อปรับปรุงวิธีการใหม่ ลดค่าใช้จ่าย อีกทั้งมีความต้องการที่จะตั้งเป้าที่สูงขึ้นซึ่งยากที่จะไปถึง  แนวคิดและข้อเขียนใหม่ๆ ถึง กระบวนการ ที่เกี่ยวข้องกับองค์กรมักจะเกี่ยวข้องกับการซ่อมบำรุง และ การผลิต  การปรับปรุงคุณภาพเป็นส่วนสำคัญและเป็นความจำเป็นสำหรับการแข่งขันที่เพิ่มมากขึ้นในสภาวะแวคล้อมที่ยุ่งยากมากขึ้นอีกด้วยในปัจจุบัน

ส่วนประกอบสำคัญในองค์กรที่มีความสำเร็จในการพัฒนาคุณภาพมักจะเป็นไปในวิธี การปรับเปลี่ยนวัฒนธรรมองค์กร จากบนสู่ล่าง ซึ่งการปรับเปลี่ยนดังกล่าว ต้องอาศัยการปรับตัวโดยใช้ความรับผิดชอบต่อคุณภาพของทุกคนในองค์กร  สำหรับ กลาโหมสหรัฐฯ Department of Defense (DoD) และ ทอ.สหรัฐฯ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การส่งกำลังบำรุงหรือซ่อมบำรุงที่ด้อยประสิทธิภาพแม้เพียงเล็กน้อย จะมีผลกระทบที่สำคัญต่อระบบอาวุธที่มีความซับซ้อนและยุ่งยากในปัจจุบันอย่างยิ่ง  ซึ่งกำลังรบนั้นต้องพึ่งพาระบบอาวุธเหล่านั้นอยู่   นี่เป็นเหตุผลสำคัญที่ องค์กรกำลังรบปัจจุบันของ ทอ.สหรัฐฯ ต้องสามารถที่จะดำรงวินัยในการใช้ ควบคุม ขีดความสามารถที่จำเป็นในการใส่ คุณภาพในทุกกระบวนการส่งกำลังและซ่อมบำรุงอากาศยาน

“คุณภาพ“ และจะทำอย่างไรให้ทุกคนสามารถทำงานได้อย่างมีคุณภาพเป็นประเด็นที่จะต้องศึกษา ค้นคิดและเขียนถึง ซึ่งศาสตร์และศิลป์ ในการพัฒนาคุณภาพในปีที่ผ่านๆมาได้ก้าวหน้าเป็นอันมาก ปัจจุบันมีผู้รู้ ผู้เชี่ยวชาญมากมายรวมถึงบทความที่ได้ทดลองพัฒนาคุณภาพ ซึ่งจะสามารถค้นคว้า ปรัชญา ให้เห็นข้อดีที่องค์กรจะลงทุนลงแรงไปในการปรับปรุงคุณภาพ บทความต่อไปนี้จะเป็นตัวอย่างการนำการพัฒนาการประกันคุณภาพการซ่อมบำรุงที่ ได้ ทดลองใช้งานในการซ่อมบำรุงระดับโรงงานที่อยู่ใน กองบัญชาการการส่งกำลังบำรุงของ ทอ.สหรัฐฯ ที่เรียกว่า QP-4 ซึ่งเป็นกระบวนการสังเคราะห์ วิธีและปรัชญาหลายอย่างของการพัฒนาคุณภาพ นำมาใช้มีความง่าย และมี กรอบความคิดที่ดีสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในหลากหลายองค์กร

นอกเหนือจากความสำคัญที่จะดำรงขีดความสามารถในการปฏิบัติการและเพิ่มคุณภาพในสภาวะของการปรับลดงบประมาณ สหรัฐฯ มีภาวการณ์ขาดดุลงบประมาณมากกว่า 200 พันล้านดอลลาร์ สืบเนื่องจากสาเหตุดังกล่าวทำให้เกิด กฎหมาย Gramm Rudman Hollings เพื่อตัดลดงบประมาณเพื่อให้การขาดดุลงบประมาณให้เป็นไปตามเป้าหมาย

จากงบประมาณสหรัฐฯ ปี 1988 1024 พันล้านดอลลาห์ พบว่า 75 % ไม่สามารถควบคุมได้เนื่องจากเป็นการผูกพันงบประมาณมาจากอดีต แต่ยังมีงบประมาณที่สามารถควบคุมได้ซึ่งสามารถบริหารจัดงานได้อย่างง่ายที่สุด ก็คืองบประมาณทางทหาร ดังนั้น กฎหมาย Gramm Rudman Hollings ที่ออกมาจะมีผลกดดันการคงอยู่ของกำลังรบในอนาคตของ สหรัฐฯ โดยในปัจจุบัน กำลังทางอากาศที่ประกอบด้วย อาวุธยุทโธปกรณ์มีอายุมากซึ่งต้องอาศัยเงินในการส่งกำลังและซ่อมบำรุง สถานการณ์เหล่านี้ พลตรี Gillis กล่าวว่า กลาโหมของ สหรัฐฯ กำลังถูกขอให้ทำงานมากขึ้นในขณะที่ใช้เงินน้อยลง อีกทั้งยังต้องขยายการปฏิบัติภารกิจมากยิ่งขึ้นด้วย ซึ่ง พลตรี Gillis กล่าวว่า งบกลาโหมสหรัฐฯ ไม่สามารถใช้สำหรับทิ้งของเสียหรือ ของผลิตไม่สมบูรณ์ ที่มาจากการผลิตที่ไม่ได้คุณภาพอีกต่อไป ดังนั้น กลาโหม ผู้รับจ้าง หรือ ผู้จำหน่ายของกลาโหม จะต้องมาเน้นการทำงานที่มีคุณภาพ ที่จะเป็นพาหนะนำไปสู่ประสิทธิภาพระดับสูงได้ ทั้งนี้การพัฒนาคุณภาพอย่างต่อเนื่องสามารถทำให้เกิดการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุดและยังพบว่าการพัฒนาคุณภาพโดยลดค่าใช้จ่ายในเวลาเดียวกันนั้นสามารถกระทำได้  นั่นหมายความว่า สามารถทำให้ผล เกิดการสูญเสียน้อยลงและมีข้อขัดข้องในการปฏิบัติการน้อยลงด้วย

ข้อดีดังกล่าวไม่สามารถปฏิบัติได้เพียงข้ามคืนหรือ เพียงแต่การประกาศเป็นนโยบายใหม่ เวลาในการทำงานที่จำเป็นเพื่อให้เกิดการสร้างการเปลี่ยนแปลงของวัฒนธรรมองค์กรของการพัฒนาคุณภาพ และให้การอบรมที่จำเป็นสำหรับผู้ที่เกี่ยวของจะต้องใช้เวลาไม่น้อยกว่า 10 ปี ก่อนที่องค์กรจะได้ตระหนักถึงผลดีที่เกิดขึ้น ด้วยความตระหนักดังกล่าวในใจ ผู้บริหารจะต้องใช้ความอดทนในการที่จะพัฒนายุทธศาสตร์ในการพัฒนาคุณภาพและการนำเอาระบบคุณภาพไปใช้

ในสำนักงานพัฒนาคุณภาพในศูนย์ส่งกำลังบำรุง Robin ได้แจกแจงเหตุผล ๑๐ ประการ ว่าทำไมการพัฒนาคุณภาพ เช่น ระบบ QP-4 ถึงมีความจำเป็นสำหรับ ทอ.สหรัฐฯ ซึ่งก็คือ

๑.  เพื่อให้บรรลุเป้าหมายการเพิ่มการผลิตภายในปี 1990 ตามคำสั่ง 12552

๒.  เพื่อเพิ่มความแข็งแกร่งภายใน ทอ.สหรัฐฯ ที่จะเป็นหุ้นส่วนร่วมกับ สภา Congress, ภาคอุตสาหกรรม และ ภาคเอกชน

๓.  เพื่อสามารถส่งกำลังซ่อมบำรุงได้อย่างมีประสิทธิภาพในขณะที่ปรับลดงบประมาณ

๔.  เพื่อหาหนทางที่จะวิเคราะห์พัฒนากระบวนการส่งกำลังและซ่อมบำรุงอย่างมีระบบ และ สามารถควบคุมได้

๕.  เพื่อสร้างความเข้มแข็งของกำลังรบ จากการพัฒนาคุณภาพการส่งกำลังซ่อมบำรุงโดยรักษาคุณภาพของการสนับสนุนหน่วยรบ

๖.  เพื่อสร้างบรรยากาศที่ทุกคนมีส่วนร่วมในการพัฒนาคุณภาพ

๗.  เพื่อเปลี่ยนการเน้นการตรวจในปลายสายการผลิตมาเป็นการออกแบบและสร้าง

คุณภาพที่สินค้าหรือบริการแทน

๘.  เพื่อบูรณาการสร้างคุณภาพในทุกภาคส่วนโดยมีการอบรมในทุกระดับ

๙.  เพื่อกระจายความรับผิดชอบระหว่างระดับบริหารและระดับปฏิบัติให้มีสัดส่วนเหมาะสม

๑๐. เพื่อสร้างแรงจูงใจสำหรับผู้ที่ทุ่มเทในการพัฒนาคุณภาพ

Problem Statement ปัญหาสำคัญ

ถึงแม้จะมีความพยายามอย่างมากของบุคลากรการซ่อมบำรุงอากาศยานมืออาชีพในองค์กรของ ทอ.สหรัฐและองค์กรที่สนับสนุน ก็ยังไม่มีโครงการปรับปรุงคุณภาพโดยรวมใดๆ ที่เหมาะสมสำหรับภารกิจการส่งกำลังและซ่อมบำรุงภายใต้แรงกดดันจากการปรับลดงบประมาณ ซึ่งในอนาคตที่มีแรงกดดันอย่างมากจากการปรับลดงบประมาณ ผู้บริหารการซ่อมบำรุงอากาศยานจะต้องสำรวจและนำเทคนิคการพัฒนาคุณภาพไปใช้เชิงรุกมิฉะนั้นจะไม่สามารถจะประสบความสำเร็จที่จะสนับสนุนการขยายความต้องการยุทธศาสตร์เชิงป้องกันอาวุธนิวเครียร์ได้ในอนาคต  QP-4 ในปัจจุบันเป็นเพียงแนวความคิดการประยุกต์ใช้กับพื้นที่การซ่อมบำรุงระดับโรงงานเท่านั้น ปัญหาก็คือจะทำอย่างไรที่จะประยุกต์เทคนิค QP-4 มาใช้ในองค์กรการซ่อมบำรุงอากาศยานระดับฐานบิน เพราะการประยุกต์ใช้นี้จะมีผลดีสำหรับความต้องการปฏิบัติการในอนาคต ในบทต่อไปจะเป็นการลงไปในรายละเอียดที่เกี่ยวกับ การนำเอาโครงการ QP-4 ของ AFLC ไปประยุกต์ใช้กับการซ่อมบำรุงอากาศยานในระดับฝูงบินทั่วทั้ง ทอ.สหรัฐ

จุดประสงค์และความมุ่งหมาย

จุดประสงค์เดิมของการศึกษาเรื่องคุณภาพ และ QP-4 คือการให้การศึกษาและข้อแนะนำที่จะเริ่มพัฒนาคุณภาพในการซ่อมบำรุงของทั้ง ทอ.สหรัฐฯและระดับฐานบิน ซึ่งการศึกษาใน 3 ประเด๊น คือ 1.เพื่อให้ผู้บริหารการซ่อมบำรุงและผู้วางแผนการเส้นทางการทำงานของบุคลากร ในการที่จะกำหนดความต้องการสำหรับการบริหารคุณภาพ  2.เพื่อให้ผู้บริหารการซ่อมบำรุงมีความคุ้นเคยกับองค์ความรู้ที่เกี่ยวกับคำจำกัดความของคุณภาพ จะวัดคุณภาพกันอย่างไร และ ระบบประกันคุณภาพ แบบ QP-4 ประกอบด้วยอะไรบ้าง 3.เป็นการแสดงข้อดีของระบบ QP-4 ที่กำลังดำเนินงานที่ได้เห็นผลสำเร็จปรากฏอยู่ที่ ศูนย์ส่งกำลังบำรุงทางอากาศ  Warner Robins

สมมุติฐาน

เพื่อแสดงให้เห็นการใช้งานในการดำเนินงานการซ่อมบำรุงระดับฐานบินมีสมมุติฐานที่จำเป็นอย่างหนึ่ง ก็คือ ผู้บริหารการซ่อมบำรุง ทอ.สหรัฐฯ ส่วนใหญ่ไม่เคยได้รับการฝึกอบรมในห้องเรียนหรือมีประสบการณ์ในเทคนิคการพัฒนาคุณภาพสมัยใหม่ในสภาวะแวคล้อมอุตสาหกรรมการผลิตก่อนที่จะเข้าทำงาน สมมุติฐานนี้มีความสำคัญเพราะส่วนเบื้องต้นของระบบ QP-4 คือการอบรมในห้องเรียนและการสร้างประสบการณ์ในการปฏิบัติจริงโดยใช้ เทคนิคการพัฒนาคุณภาพ ซึ่งหากการพัฒนาคุณภาพโดยระบบ QP-4 ในการซ่อมบำรุงระดับฐานบินสามารถทำได้เป็นอย่างดีในวงกว้างเราจะได้เห็นองค์กรที่เปลี่ยนไปในทางดีให้เห็นได้อย่างชัดเจน

กรอบการวิจัยในวิทยานิพนธ์

การวิจัยนี้ไม่ได้พุ่งเป้าไปสำหรับการใช้งานในทุกองค์กรหรือทุกสภาวะแวคล้อม แต่ผลลัพท์จะไปใช้กับ องค์กรการซ่อมบำรุงส่วนใหญ่ของ ทอ.สหรัฐฯ หลักการและวิธีการของ QP-4 ในการทำงานจริงได้ใช้มาแล้วในการผลิตในอุตสาหกรรม และสภาพแวคล้อมการซ่อมบำรุงเช่นใน พื้นที่การซ่อมบำรุงอากาศยานของ AFLC เช่นเดียวกันกับการทำงานการซ่อมบำรุงอากาศยานระดับฐานบินที่รวมถึง การซ่อมบำรุงตามแผนต่างๆ และวงรอบการตรวจ และ ความต้องการการซ่อมบำรุงต่างๆ นอกจากนั้น การซ่อมบำรุงระดับฐานบิน มีรายละเอียดต่างไปจากปกติ ที่รวมถึงการซ่อมระหว่างวันจากข้อผิดพลาดในระหว่างบินตามแผนการบินปกติของฝูง และยังมีความแตกต่างเพิ่มเติมคือการใช้ บุคคลกรทหารในการทำงานซึ่งต่างจากในศูนย์ซ่อมอากาศยานที่ใช้บุคลากรพลเรือน แต่อย่างไรก็ตามก็ไม่ควรจะมีผลมากนักกับ วิธีการของระบบ QP-4 ในการพัฒนากระบวนการต่างๆ

ความคิดเห็นของผู้เชี่ยวชาญและข้อเท็จจริงได้หลอมรวมให้เกิดกรอบขององค์ความรู้และเกิดความเข้าใจสิ่งที่ QP-4 เน้นซึ่งจะทำให้ผู้บริหารสามารถพัฒนาการทำงานที่เหมาะสมสำหรับเป้าหมายที่ต้องการขององค์กร  แผนที่เสนอแนะที่จะนำไปใช้จะเหมาะสำหรับผู้บริหารที่รับผิดชอบโดยตรงกับการทุ่มเทการผลิต เป้าหมายไม่ใช่ความพยายามที่จะอธิบายความหมายกว้างๆที่จะประยุกต์สำหรับส่วนต่างๆเช่น วิศวกรรม, การออกแบบ,การวางแผนการทำงาน,การจัดหา,กลุ่มผู้ร่วมงาน, หรือ ระบบงาน แล้วก็ไม่ใช่เพื่ออธิบายเน้น สูตรการผลิต การคำนวณทางสถิติ หรือ แผนที่ทำให้สามารถอธิบายทางสถิติ แต่เป็นการให้การวิจัยรหรือการศึกษาเพื่อสร้างฐานความรู้สำหรับผู้บริหารการซ่อมบำรุงที่จะเข้าใจถึงคุณภาพ และ เริ่มกระบวนการเปลี่ยนวัฒนธรรมองค์กรที่จำเป็นที่จะนำพาองค์กรให้อยู่รอดในอนาคต ซึ่งบทต่อไปจะเป็นคำถามต่างๆที่จะนำไปสู่การคิดวิเคราะห์ที่จะประยุกต์ใช้เทคนิค QP-4 อย่างไรในการซ่อมบำรุงระดับกองบิน

คำถามที่กำลังค้นหาในวิทยานิพนธ์

คำถามสองคำถามที่ต้องการค้นหาคำตอบคือ

๕.๑  ทอ.สหรัฐฯ ได้ฝึกอบรมผู้บริหารจัดการซ่อมบำรุงอากาศยานอย่างทั่วถึงหรือไม่สำหรับการฝึกเทคนิคด้านการพัฒนาคุณภาพ ซึ่งยังมีคำถามในรายละเอียดต่อไปนี้

๑)  การฝึกอบรมครอบคลุมทั่วถึงในหัวข้อด้านคุณภาพมากเพียงใด

๒)  การฝึกอบรมครอบคลุมลึกแค่ไหน

๓)  จะประยุกต์ใช้งานได้อย่างไร

๔)  ผู้บริหารการซ่อมบำรุงที่เคยผ่านคอร์สการฝึกอบรมนายทหารซ่อมบำรุง (AMOC) จะเตรียมการพัฒนาบริหารจัดการคุณภาพโดยตรงกับหน่วยงานที่กำกับดูแลโดยตรงได้อย่างไร

๕.๒  จะสามารถนำเอาระบบ QP-4 ไปใช้งานเพื่อพัฒนาคุณภาพหน่วยซ่อมบำรุงระดับกองบินได้อย่างไร

สรุปบทนำในวิทยานิพนธ์

บทที่ผ่านมาได้แนะนำแนวคิดของการพัฒนาคุณภาพสำหรับ ผู้บริหารจัดการ หน่วยซ่อมบำรุงอากาศยานระดับกองบินของ ทอ.สหรัฐ ยังได้อธิบายสภาวะแวคล้อมที่กดดันหน่วยทั้งทางด้านงบประมาณที่ลดลง และ การขยายความต้องการปฏิบัติภารกิจที่เป็นปัญหาเผชิญหน้าในปัจจุบันและอนาคตขององค์กรทหาร อีกทั้งแสดงเหตุผลว่า ทำไมการพัฒนาคุณภาพจะเป็นทั้งประโยชน์และเป็นความจำเป็นอย่างเร่งด่วน ในบทนี้ยังได้อธิบายปัญหาเฉพะและความต้องการนำเอาระบบ QP-4 ในการซ่อมบำรุงระดับกองบิน นอกจากนั้นยังแสดงจุดประสงค์และความมุ่งหมายชี้คำแนะนำสำหรับ ทอ.สหรัฐฯ ที่ต้องทำ อนึ่งจากสมมุติฐานได้กำหนดช่วงที่ระบบจะสามารถนำไปใช้ ตามด้วยคำถามที่ต้องหาคำตอบ

บทต่อไปบทที่ 2 จะสรุปเอกสารในเรื่องคุณภาพที่ตีพิมพ์โดยผู้เชี่ยวชาญที่ผ่านมาในรอบ 5-10 ปี บทที่ 3 จะอธิบายถึงแนววิธีการที่ใช้ ในการอธิบายตอบคำถามที่ค้นหาในบทแรก บทที่ 4 จะตรวจสอบ 5 แนวทางประยุกต์ใช้สำหรับระบบ QP-4 ในพื้นที่ระดับโรงงานการซ่อมบำรุง และบทเรียนหลักสูตรด้านคุณภาพที่ควรจะรวมอยู่ในการฝึกอบรมหลักสูตรนายทหารซ่อมบำรุง (AMOC) สำหรับบทที่ 5 จะเสนอแนะแนวทางการนำเอาระบบ QP-4 ไปใช้ในองค์กรการซ่อมบำรุงระดับ กองบิน

การทบทวนบทความในวิทยานิพนธ์

ในบทนี้จะทบทวนบทความข้อเขียนที่เกี่ยวข้องกับคุณภาพ ซึ่งมีจุดมุ่งหมายที่จะสำรวจ ๓ หัวข้อคือ หนึ่งวิธีการที่จะอธิบาย สองวิธีการตรวจวัดคุณภาพที่ต้องการการประกันคุณภาพ และจะแสดงกรณีศึกษาตัวอย่างที่ใช้ การพัฒนาคุณภาพด้วยการเน้นไปที่คุณสมบัติของการพัฒนามีรายละเอียด อะไรบ้างและสุดท้ายจะเป็นการตรวจสอบถึงการพัฒนาคุณภาพของ AFLC ด้วยระบบ

QP-4

๗.๑ คุณภาพคืออะไร

American Society of Quality Control (ASQC) ได้กำหนดว่า คุณภาพ ก็คือ ทุกอย่างและคุณสมบัติของสินค้าบริการ ที่จะสามารถสนองตอบต่อความพึงพอใจและความต้องการของผู้ใช้ ซึ่งการกำหนดขององค์กรข้างต้น สามารถแจกแจงได้ สอง ประเด็นย่อย คือ ประเด็นที่ต้องมีผู้ใช้ และ สองประเด็นที่ต้องพิจารณาว่ามันมีผลต่อความต้องการของผู้ใช้  Freigenbaum ได้ให้คำจำกัดความในหนังสือที่เขียนในปี 1983 ที่ชื่อ Total Quality Control ซึ่งอธิบาย คุณภาพของสินค้าและบริการคือ องค์รวมของคุณสมบัติของสินค้าหรือบริการ ด้าน การตลาด, วิศวกรรม, การผลิต, การซ่อมบำรุง ที่สินค้าหรือบริการนั้นจะสามารถใช้งานได้ถึงระดับความคาดหวังของลูกค้า

จะเห็นได้ว่า ข้ออธิบายของ Freigenbaum ก็มีประเด็นที่สำคัญ สองประเด็นเช่นเดียวกับ ASQC ได้กำหนดไว้ Juran ได้ให้คำจำกัดความพื้นฐานที่สุดของคุณภาพ ซึ่งได้สังเกตุความเหมือนของความสัมพันธ์ใน ทุกองค์กร กล่าวว่า ภารกิจพื้นฐานที่สุดของทุกองค์กรก็คือ การสนับสนุนสินค้าและบริการที่สามารถสนองความต้องการของผู้ใช้ได้ ซึ่งก็คือภารกิจมูลฐานที่สนองความต้องการของผู้ใช้นำไปสู่คำจำกัดความที่ว่า คุณภาพหมายความถึงความพอเหมาะพอดีในการใช้งาน คำจำกัดความนี้ ธรรมดามากในความหมายแต่ก็ง่ายที่จะนำไปใช้ในทุกการประยุกต์ใช้งาน Juran ยังเพิ่มสมมุติฐานว่า สินค้าที่ตรงตามคุณสมบัติซึ่งเหมาะที่จะใช้งาน ซึ่งถ้าคำจำกัดความดังกล่าวเป็นจริง ภารกิจที่มีคุณภาพหลายองค์กร ก็คือ การที่สินค้าหรือบริการนั้นสนองตอบต่อคุณสมบัติที่ต้องการนั้นเอง

Deming ยังเพิ่มมุมมองทางการทำงานที่มีคุณภาพโดยกล่าวว่า คุณภาพสามารถบรรลุโดยการมุ่งเน้นไปที่การพัฒนากระบวนการทำงาน ไม่ได้มุ่งเน้นไปที่ สินค้าหรือบริการที่ปลายเหตุ  คำกล่าวดังกล่าวได้เพิ่มมิติใหม่ของคำจำกัดความของคุณภาพ Crosby เน้นย้ำคำจำกัดความของ Juran อีกโดยกล่าวว่า คุณภาพคือการสนองตอบต่อความต้องการที่ตั้งไว้แต่เสริมอีกว่า คุณภาพคือการทำให้คนทำงานในสิ่งที่ควรจะทำได้ดีขึ้น

คนอื่นๆได้เสนอคำจำกัดความที่เสริมและขยายไปอีก ในปี 1987 Jaraidi เสนออีกรูปแบบ ก็คือ ส่วนประกอบหลักของผลผลิตที่มี คุณภาพ ก็คือการผลิตที่มีความเที่ยงตรงแน่นอน การมองดังกล่าวแทนและสะท้อนแต่มุมมองทางด้านแผนกผลิตในด้านเดิมๆ  Kackar เสนอความสัมพันธ์ระหว่างคุณภาพ ความหลากหลาย และ ความต้องการของผู้ใช้งาน แต่คำจำกัดความนี้ได้เน้นการเปลี่ยนแปลงเพียงเล็กน้อยของการทำงานของสินค้าจากเป้าหมายที่ควรจะทำได้ ถ้าคลาดเคลื่อนน้อยก็คือคุณภาพดี สำหรับความมุ่งหมายของคำจำกัดความนี้ คุณค่าของเป้าหมายคือสถานะในอุดมคติของประสิทธิภาพของคุณสมบัติจากมุมมองของผู้ใช้งาน ประสิทธิภาพที่เปลี่ยนไปจะขึ้นอยู่กับประสิทธิภาพของตัวสินค้าเองที่เปลี่ยนไปจากค่าเป้าหมายของการทำงานที่ตั้งไว้ระหว่างช่วงอายุการใช้งานของสินค้านั้นในสภาวะแวคล้อมในการใช้งานต่างๆ Jack Wires รองประธานของระบบประกันคุณภาพที่บริษัทสร้างเครื่องบินโบอิ้ง ได้กล่าวถึงแนวคิดหลัก ในปัจจุบันซึ่งได้ให้คำจำกัดความของคุณภาพว่า การส่งมอบสินค้าหรือบริการที่สนองต่อ ความต้องการอย่างคงที่ตามความคาดหวังของผู้ใช้งาน

Enrick ได้ให้คำจำกัดความที่มีประโยชน์ของความคงทนคงที่ เป็นมิติที่มีความสัมพันธ์จำเป็นของคุณภาพ นั่นก็คือ ความคงที่ของสินค้าคือ ความน่าจะเป็นที่สินค้าหรืออุปกรณ์ หรือ ชั้นส่วนของอุปกรณ์ จะไม่มีความผิดพลาดในการใช้งานที่ได้ตั้งเป้าหมายการใช้งานอย่างที่ควรจะเป็นในช่วงเวลาอายุการใช้งานที่ตั้งไว้ คำจำกัดความเหล่านี้ชี้ให้เห็นถึงมุมมองธรรมชาติซึ่งอธิบายความหมายของคุณภาพ สรุปข้อความพื้นฐานความหมายในการศึกษาคุณภาพ ก็คือ อะไรก็ตามที่มีผลต่อประสิทธิภาพที่ต้องการตั้งไว้โดยลูกค้า คำจำกัดความที่ใกล้เคียงความหมายคุณภาพก็คือ สินค้าที่ทำงานได้ตามประสิทธิภาพที่ตั้งไว้และต่างไปจากเป้าหมายน้อย ที่สุดจะเป็นสินค้าที่มีคุณภาพมากที่สุดนั่นเอง ความสัมพันธ์ตามที่กล่าวจะสามารถเน้นไปเพื่อสามารถวัดคุณภาพได้ในตัว

๗.๒  การวัดคุณภาพ

การวัดคุณภาพไม่ใช่เรื่องง่าย จากที่เราได้รู้ถึงคำจำกัดความความหมายของคุณภาพ แต่มันแปรเปลี่ยนตามผู้ใช้แต่ละคน  Squires เขียนในหนังสือ Successful Quality Management ชี้ให้เห็นว่า จำนวน ค่าใช้จ่าย และ คุณภาพ มีความเกี่ยวพันเชื่อมโยงกัน  การสังเกตจาก Squires สรุปได้ว่า วิธีการวัดจะสามารถทำได้ทันทีกับตัวแปรทั้งสามข้างต้น

Crosby เสนอทางที่ง่ายแต่ยอดเยี่ยมในการวัดคุณภาพ และ ค่าใช้จ่ายของมัน เสนอว่า คุณภาพจะวัดโดยค่าใช้จ่ายของสิ่งที่ทำผิด ยกตัวอย่างเช่น ถ้าแผนกผลิตทำงานพลาดและมีของเสียมูลค่า 1000 ดอลล่าห์จากวัตถุดิบ แสดงถึงค่าใช้จ่ายของคุณภาพก็เท่านั้น วิธีวัดก็คือค่าใช้จ่ายตลอดทั้งองค์กรสะท้อนค่าใช้จ่ายของคุณภาพ  Crosby ยังสะท้อนในหนังสือ Quality is Free และยังได้เขียนว่า ไม่ค่าใช้จ่ายของคุณภาพแต่มีค่าใช้จ่ายของการไม่รักษาคุณภาพ

John Heldt เขียนในหนังสือ Quality Pays ในแนวทางที่ต่างไปที่เกี่ยวข้องกับ ค่าใช้จ่ายของคุณภาพ ยังมีค่าใช้จ่ายอย่างอื่นเช่น การป้องกัน การประเมิน การทำลายทิ้ง การซ่อมใหม่ และความผิดพลาด  ซึ่งได้จัดกลุ่มความผิดพลาดเป็น สองกลุ่ม ภายในและภายนอก ความผิดพลาดภายในคือ การทำลายทิ้งและการซ่อมใหม่ แต่ความผิดพลาดภายนอกคือความผิดพลาดอื่นๆ นอกจากนั้น ค่าใช้จ่ายคุณภาพสร้างมาจาก ของเสีย 100% ซึ่งถ้าใช้ความพยายามอย่างเต็มที่และอย่างฉลาดในการทำงานจะสามารถลดได้หรือกำจัดได้  Juran เขียนมากกว่านั้นอธิบายว่า การพัฒนาคุณภาพและลดค่าใช้จ่ายสามารถกระทำได้ไปพร้อมๆกันเลย ยิ่งมีคุณภาพมากเท่าใดทำให้ลดของเสียทิ้ง ลดการซ่อมใหม่ และข้อผิดพลาดในเวลาเดียวกัน

ผู้ตรวจสอบมักจะชอบวิธีการที่จะวัดคุณภาพ Juran เขียนว่า จุดประสงค์ที่แพร่หลายของการตรวจสอบคือ เพื่อตัดสินว่าสินค้าสามารถเป็นไปตามข้อกำหนด และ เพื่อสร้างข้อมูลย้อนกลับด้านคุณภาพกลับไปที่ผู้ผลิต เราจะเข้าใจอย่างลึกซึ้งอีกในความหมายที่ Juran เขียน อธิบายได้ว่า เขาไม่ได้แปลว่า การตรวจสอบจะประกันคุณภาพได้ ยกตัวอย่าง Enrick สังเกตว่า ถึงแม้จะมีการตรวจ 100% ก็ยังไม่ได้ประกันความสมบูรณ์ของสินค้า แต่มีข้อขัดแย้งก็คือ จะใช้การตรวจถึง 200% เพื่อที่จะให้เข้าใกล้ การผลิตสินค้าได้สมบูรณ์แบบ

Coplan ผู้เขียน  The Quality System  มองเห็นจุดมุ่งหมายของการตรวจ แตกต่างไป ซึ่งเชื่อว่า การตรวจจะใช้สำหรับจุดมุ่งหมาย สามประการ อย่างแรกการตรวจจะประกันการบริหารว่า จะมีมาตรการป้องกันเพื่อให้ได้ผลคุณภาพที่น่าพอใจ สอง,การตรวจจะป้องกันงานที่ได้ลงแรงไปในชิ้นส่วนการผลิตที่ไม่ได้มาตรฐาน และอย่างที่สาม การตรวจจะลดความไม่พอใจของลูกค้าได้น้อยที่สุด เช่นเดียวกัน ยังได้แนะนำการ สอบทาน ที่จะค้นหาจุดอ่อนและกระบวนการที่ไม่เหมาะสมเพื่อให้ได้ความถูกต้องอย่างดีเยี่ยม ซึ่งกล่าวว่า ให้สอบเทียบสินค้าและกระบวนการผลิต กับ ความต้องการที่ตั้งไว้พร้อมกับมาตรฐาน

Coplan ยังได้เน้นความต้องการของทุกแผนกในองค์กรให้ วัดความก้าวหน้าเทียบกับเป้าหมายคุณภาพที่ตั้งไว้ทุกปี ซึ่งในการกระทำเช่นนั้น ผู้บริหารจะได้เห็นผลลัพท์ของการทำงานและสามารถสร้างแรงควบคุมอยู่ไว้ได้

Enrick ชี้ให้เห็นว่า ในเมื่อกระบวนการและการปฏิบัติงานจะอาศัยการสอดแนมอย่างใกล้ชิดด้านคุณภาพในระหว่างการผลิต ซึ่งกระบวนการตรวจสอบจะสามารถกระทำได้เป็นผลสำเร็จจากเครื่องมือ Control Chart  ซึ่งก็คือภาพกราฟฟิคแทนผลลัพท์ เปรียบเทียบระหว่าง ระดับการควบคุมจำกัดด้านบน และล่าง Enrick ได้อธิบายว่า จุดมุ่ง

หมายของ Control Chart คือ เพื่อลดความเร็วของการเปลี่ยนแปลงคุณสมบัติชอง สินค้า และให้แนวทางที่จะ เข้าร่วม และแก้ไข อะไรก็ตามที่จะทำให้เกิด สินค้าชำรุด เครื่องมืออีกอย่างที่เขาแนะนำเพื่อวัดคุณภาพก็คือ Range Chart เป็นรูปแบบพิเศษของ Control Chart ซึ่งเลือก ระยะของตัวแปรที่แน่นอน เพื่อ ค้นหาและกำจัดแหล่งใหญ่ของการแปรเปลี่ยนในคุณภาพของสินค้า

ที่กล่าวมาข้างต้นแต่ละอันเป็นวิธีการหลากหลายของการวัดคุณภาพและค่าใช้จ่ายของมันซึ่งจะเป็นมาตรฐานปกติในอนาคต  วิธีการจะเกี่ยวพันถึงการประยุกต์จริงก่อนที่จะใช้งาน Crosby ชี้ว่า ทุกสิ่งจะเป็นไปที่ การวัดคุณภาพ ซึ่งจะถูกจำกัด ดังคำกล่าวที่ว่า ทำไมเราต้องจ่ายตลอดเวลาไปกับการค้นหา แก้ไข และต่อสู้ ในเมื่อเราสามารถป้องกันเหตุการณ์ได้ตั้งแต่ต้นทาง Feigenbaum ยังเสริมอีกว่า คุณภาพจะต้องได้รับการออกแบบและสร้างไปพร้อมๆ กับ สินค้า เพราะไม่มีทางที่จะกระตุ้นหรือตรวจสอบได้ตอนหลัง

คุณภาพเป็นสิ่งที่วัดได้ การวัดคุณภาพประกอบด้วยการติดตามค่าใช้จ่ายในการทำงานที่จะประกันคุณภาพพร้อมๆกับ ค่าใช้จ่ายของการที่ทำของผิดพลาด แนวโน้มของคุณภาพสามารถแทนด้วยภาพกราฟฟิคบน Control Chart หรือ แหล่งการแปรเปลี่ยนด้วย Range Chart เนื่องจากคุณภาพสามารถวัดได้ หัวข้อที่จะค้นหาต่อไปก็คือ เนื้อหาหลักของการวัดคุณภาพและจัดการซึ่งก็คือ การประกันคุณภาพ

๗.๓  อะไรคือการประกันคุณภาพ

จาก Juran การประกันคุณภาพคือ  เป็นการเตือนล่วงหน้าที่เกี่ยวกับกระบวนการผลิตที่สามารถจะป้องกันก่อนที่จะเกิดอุบัติภัยทางคุณภาพ  การประกันคุณภาพไม่มีสูตรสำเร็จในการทำ ซึ่งต่างกันก็คือจะไม่มีแนวทางสูตรสำเร็จที่ทำแล้วได้ผลเหมือนเดิมของทุกกระบวนการ ผลของการประกันคุณภาพจะแตกต่างกันเพราะมันไปพึ่งพามนุษย์เป็นส่วนสำคัญ ซึ่งจะเล่นในขั้นต่างๆ จะมีคนที่จะตัดสินใจที่จะนำเอาไปใช้ หรือ รับผิดชอบโครงการ จะมีคนที่จะต้องสอนแนวความคิดและเทคนิค จะมีคนที่จะต้องใช้เทคนิคในชีวิตประจำวัน และจะมีคน รวมถึงลูกค้า ที่จะต้องตัดสินคุณภาพจากผลผลิต ก็คือ สินค้าหรือบริการ ผลของการที่มีมนุษย์เป็นส่วนประกอบเกี่ยวข้องมากทำให้มีปัจจัยจากความต่างของการ กระตุ้นการทำงาน ความคิดเห็น ทักษะ  และความสามารถของคนทำงาน ทำให้การประกันคุณภาพประสบผลสำเร็จหรือไม่ Juran กล่าวว่า การที่มนุษย์เป็นปัจจัยสำคัญเป็นเหตุผลสำคัญของการเจริญเติบโตของการประกันคุณภาพหรือการประยุกต์ใช้งานใน การทำงานแบบคุณภาพต่างๆ Feignbaum นำเสนอภาพสมบูรณ์ว่า การประกันคุณภาพ เป็นการสอดประสานไม่เฉพาะแต่เพียง บุคลากร ยังรวมถึงเครื่องจักร และ ข้อมูลข่าวสารประกอบเพื่อเป้าหมายการเพิ่มประสิทธิภาพอย่างแท้จริง นอกจากนั้น การประกันคุณภาพยังสะท้อนถึง กลุ่มระบบที่มีระเบียบวินัยที่จะสอดประสานในทุกภาคส่วนองค์กรอย่างดีเยี่ยม

ระยะเวลาที่จำเป็นในการประยุกต์ใช้ระบบประกันคุณภาพให้ประสบผลสำเร็จ

การพัฒนาระบบประกันคุณภาพให้ประสบผลสำเร็จในองค์กร ไม่ใช่กระบวนการที่สามารถทำได้อย่างรวดเร็ว Crossby พิสูจน์ให้เห็นจากประสบการณ์ว่า มันใช้เวลา สี่ถึงห้าปี เพื่อแค่ให้บุคคลากรเริ่มเข้าใจถึงความต้องการและเรียนรู้เพื่อให้มั่นใจในการพัฒนาระบบคุณภาพ นอกจากนั้นยังได้เสนอวิธีการที่บริหารจัดการคุณภาพอย่างมีประสิทธิภาพสำเร็จและง่ายต่อการนำไปใช้ ซึ่งต้องเริ่มจากระดับบนสุดขององค์กรและต้องทุ่มเท อดทน และ สละเวลาในการทำ Deming ยอมรับหลักการที่มาจากแนวความคิดของ Crosby โดยกล่าวว่า มันอาจจะใช้เวลามากกว่านั้น เริ่มจาก 3 ถึง 10 ปี ที่จะสามารถบูรณาการ ระบบประกันคุณภาพอย่างสมบูรณ์ แต่เขากล่าวว่า ปัญหาใหญ่คือการชักนำเอาผู้บริหารเข้ามาเกี่ยวข้องให้ได้ และยังเน้นด้วยว่า การเปลี่ยนแปลงจะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อผู้บริหารระดับสูงจะเริ่มตั้งจุดมุ่งหมายและความพยายามอย่างถึงที่สุดที่จะพัฒนาระบบประกันคุณภาพ ในผนวก A,B,C ให้ข้อเสนอแนะแก่ผู้บริหารเพื่อวิเคราะห์ในการที่จะนำเอาระบบประกันคุณภาพมาใช้

การเกี่ยวพันของมนุษย์ในกระบวนการผลิตเพื่อซ่อมบำรุง มีผลสำคัญอย่างยิ่งในการที่จะพัฒนาระบบประกันคุณภาพให้ประสบผลสำเร็จ และมีผลโดยตรงต่อระยะเวลาในการพัฒนาระบบประกันคุณภาพอย่างเต็มรูปแบบ ดังนั้นจึงต้องมีพัฒนาปรับปรุงการศึกษาเรื่องการพัฒนาระบบประกันคุณภาพโดยเฉพาะ ซึ่งจะช่วยนำมาซึ่งการเปลี่ยนแปลงไม่ว่าเล็กน้อยหรือมาก การเปลี่ยนแปลงในที่นี้หมายถึง การเปลี่ยนแปลงกระบวนการการฝึกอบรม การเปลี่ยนแปลงของกระบวนการทำงาน การเปลี่ยนแปลงของโครงสร้างองค์กร การเปลี่ยนแปลงของสำนึกรับผิดชอบของบุคลากรแต่ละคน รวมถึงการเปลี่ยนแปลงสถานที่หรือการจัดการทำงาน การเปลี่ยนแปลงทั้งหลายเหล่านี้มีความยากในตัวของมันเองอันมีผลจากแรงเสียดทานในองค์กร  แรงเสียดทานต่อการเปลี่ยนแปลงจะต้องถูกจัดการให้อยู่ในรูปของการมีส่วนร่วมและความตั้งใจที่จะเปลี่ยนแปลงแทนที่จะต่อต้าน ซึ่งเป็นธรรมชาติอยู่แล้วของมนุษย์ซึ่งต้องอาศัยเทคนิคการออมชอมค่อยเป็นไป ซึ่งเป็นกระบวนการที่ใช้เวลาในการทำความเข้าใจอย่างทุ่มเทของฝ่ายบริหาร จากบนสุดลงไปสู่ล่างสุด และคำถามต่อไปก็คือ เราจะเริ่ม การพัฒนาระบบประกันคุณภาพได้ตรงไหน

๗.๔ เริ่มการพัฒนาระบบประกันคุณภาพ

เราสามารถเริ่มการพัฒนาระบบประกันคุณภาพจากกลุ่มคนในองค์กรที่มีผลต่อการดำเนินงานด้านคุณภาพ  Collins เสนอแนะให้เริ่มสร้างความเชื่อต่อผู้บริหารต่อคุณค่าของผู้ปฏิบัติงานแต่ละคน นี่เป็นเหตุผลว่า ถ้าผู้บริหารไม่เห็นคุณค่าในตัวผู้ปฏิบัติงานการนำเอาระบบประกันคุณภาพไปใช้จะเป็นเรื่องที่ยากซึ่งแทบจะเป็นไปไม่ได้เลย Enrick เขียนถึงการสร้างการมีส่วนร่วมของผู้ปฏิบัติงานอย่างมีประสิทธิภาพคือการนำเอา วงรอบคุณภาพ มาใช้ดังนี้

การตระหนัก เป็นสิ่งสำคัญต่อกระบวนการคุณภาพ การผลิต และการประหยัดค่าใช้จ่าย นั้นคือ การตระหนักในการมีส่วนร่วมของผู้ปฏิบัติงานในกระบวนการตัดสินใจ ในวงรอบคุณภาพซึ่งมันคือ วงรอบของการนำเอาปัญหามาถกแถลงและวิเคราะห์ ในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับ คุณภาพ ต้นทุน ผลผลิต และ ความปลอดภัย เพื่อหาข้อสรุปการแก้ไขที่มีประสิทธิภาพสูงสุด

Ealey เห็นด้วยกับวิธีการของ Enrick และ ยังเพิ่มด้วยว่า พลังของแนวร่วมความพยายาม สามารถสร้างประสิทธิภาพอันยิ่งยวดให้แก่องค์กรได้ (7:32) สุดท้าย Landon และ Moulton ได้แนะนำว่า ให้ผู้บริหารตระหนักว่า ทรัพยากรที่สำคัญที่สุดในองค์กรก็คือ มนุษย์นั่นเอง (16:23)

ในข้อเขียน Quality – the Bottom Line  Wagel และบุคคลอื่นๆ สนับสนุน เรื่องที่เกี่ยวกับการตระหนักถึงคุณค่าของผู้ปฏิบัติงานโดยนำเอาคำกล่าวของ John Tosh ผู้บุกเบิกของ บริษัทให้คำปรึกษา Tosh ว่า มันเป็นความเกี่ยวพันอย่างชัดเจน ของการรับรู้ของนโยบายการบริหารทรัพยากรมนุษย์ของผู้ปฏิบัติงานในองค์กร กับ การรับรู้ของลูกค้าในด้านคุณภาพที่องค์กรนั้นผลิต (22:32) แปลได้ว่า การรับรู้คุณภาพของลูกค้า มาจาแนวทางที่ ที่ผู้บริหารองค์กรนั้นให้คุณค่าและตอบแทนต่อบุคลากรผู้ปฏิบัติงานในองค์กรนั้น

Fiegnebaum เสนอแนะว่า ถ้าการประกันคุณภาพขององค์กรได้มาจากการทุ่มเทของผู้ปฏิบัติงานแต่ละคนในบริษัท ดังนั้น มี 3 ประเด็นที่ควรจะเน้นก็คือ ทัศนคติ , ความรู้ และ ทักษะ ซึ่งได้เสนอแนวทางพัฒนาดังนี้   สร้างกิจกรรมที่ ทำให้เห็นภาพรวม และประสบการณ์หรือสถานการณ์ในห้องเรียนที่ให้ เกิดการมีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหาด้านคุณภาพ

Juran เตือนว่า ก่อนที่จะมอบหมายให้ผู้ปฏิบัติงานรับผิดชอบต่องานที่มีคุณภาพ ผู้บริหารต้องสร้างเงื่อนไขที่สามารถทำให้ ผู้ปฏิบัติงานสามารถสร้างงานที่มีคุณภาพสูงได้ Juran ได้กล่าวว่า ผู้ทำงานจะต้องได้รับความรู้ที่ควรจะมีในการทำงาน และรู้ว่าต้องทำอย่างไร รวมถึงมีอำนาจในการปรับกระบวนการด้วย ผู้เขียนหลายท่านเห็นด้วยในการที่จะทำให้ระบบประกันคุณภาพประสบผลสำเร็จต้องมาจากผู้บริหารและกระจายการยอมรับไปทั่วทั้งองค์กร  แต่คำถามก็คือเราจะเน้นความพยายามไปที่ไหน

๗.๕ เราจะเน้นความพยายามพัฒนาที่ไหน

ผู้เชี่ยวชาญหลายคนเชื่อว่า ให้เน้นความพยายามปรับปรุงไปที่ กระบวนการ ไม่ใช่ที่ตัว ผลผลิต หรือ บริการ  Deming สนับสนุนว่า การพัฒนากระบวนการสามารถ ลดการที่ต้องกลับนำมาซ่อม ลดข้อผิดพลาด ลดของเสีย รวมถึงลดเวลา วัตถุดิบ และเพิ่มผลผลิตในตัวเองด้วย

Coplan เห็นด้วยกับ ความคิดของ Deming ของความสำคัญของ กระบวนการ โดย สังเกตว่า นอกจากการเน้นการแก้ไขและเจาะปัญหาที่ทำให้เกิดผลผลิตด้อยคุณภาพแล้ว ยังต้องหา รากของสาเหตุที่ทำให้เกิดข้อผิดพลาด หรือ กระบวนการที่ยอมให้ ข้อผิดพลาดเกิดด้วย (1:44)การแก้ไขที่ได้จะได้จากการวิเคราะห์และวางระบบ มากกว่าการตรวจสอบปกติ หรือ การแก้ปัญหาเฉพาะหน้า ซึ่งจะต้องป้องกันการเกิดข้อผิดพลาดเดิมซ้ำ Juran เสริมว่า ความต้องการคุณภาพพื้นฐานที่สุดก็คือ กระบวนการที่สามารถทำให้ผลผลิตมีคุณภาพในระดับที่ยอมรับได้ (14:F-4)แต่ผู้ปฏิบัติงานอย่างเดียวไม่สามารถเปลี่ยนแปลงกระบวนการได้  ต้องใช้ผู้บริหารเพราะพวกเค้าไม่มีอำนาจเพียงพอ

การนำเสนอในรูปแบบ Pareto เป็นรูปแบบที่สามารถพัฒนาคุณภาพได้โดยมันสร้างความตระหนักถึง ข้อแปรเปลี่ยนในกระบวนการที่ทำให้เกิดข้อผิดพลาดในระบบปิดที่เราสามารถชี้จุดและแก้ไข อันนำมาซึ่งการค้นหาปัญหาหลักในคุณภาพ และจะสามารถแก้ปัญหาก่อนที่มันจะเกิด นำมาซึ่งการค่อยๆ ปรับปรุงคุณภาพของกระบวนการ

การประกันคุณภาพเป็นการพัฒนาที่จะนำกิจกรรมในทุกองค์กรไปสู่เป้าหมายในการเป็นองค์กรที่มีประสิทธิภาพสูงสุด จากประเด็นการต่อต้านการเปลี่ยนแปลงซึ่งต้องทำให้ใช้เวลาไม่ต่ำกว่า 10 ปีในการพัฒนาเป็นระบบประกันคุณภาพที่สมบูรณ์ ผู้เขียนหลายท่านได้ให้ข้อเสนอแนะว่า การมีส่วนร่วมของผู้บริหารระดับบนพร้อมทั้งการยอมรับของผู้ปฏิบัติงานจะช่วยให้การพัฒนาประสบผลสำเร็จ การพัฒนาประกันคุณภาพไม่ใช่การพัฒนาหรือเน้นที่ตัวสินค้าหรือบริการหากแต่เป็นการเน้นพัฒนาที่กระบวนการผลิต โดยใช้ แนวการวิเคราะห์ Pareto ซึ่งให้เน้นการวิเคราะห์และปรับปรุงกระบวนการที่ทำให้เกิดข้อผิดพลาดมากที่สุดก่อนเป็นอันดับแรก

๗.๖ อะไรคือ QP-4

Q หมายถึง คุณภาพ และ 4 P นั้นหมายถึง หัวข้อย่อย 4 หัวข้อ ก็คือ คน (People), กระบวนการ (Process), ประสิทธิภาพ (Performance) และ ผลผลิต (Product) ศูนย์การส่งกำลังบำรุงทางอากาศ Robin แจกแจงหัวข้อ 8 หัวข้อที่จะพัฒนาระบบประกันคุณภาพ QP-4 คือ

๑)  การพัฒนากระบวนการ คือ แนวทางการใช้ ความรู้และประสบการณ์ของผู้ปฏิบัติงานเพื่อปรับปรุงหนทางการทำงาน

๒)  ความพึงพอใจของลูกค้า  ให้เน้นการสร้างความพึงพอใจของลูกค้าให้ถึงระดับที่ต้องการ

๓)  ทำภารกิจหลายอย่างแต่ใช้ทรัพยากรน้อย  ศูนย์ส่งกำลังและซ่อมบำรุง (AFLC) ต้องสามารถสนองต่อกลาโหมต่อภารกิจที่มากขึ้นด้วย การตัดลดงบประมาณลง

๔)  การบริหารแบบมีส่วนร่วม ปรัชญาการบริหารที่จะยอมรับคุณค่าของบุคคลากรปฏิบัติงานแต่ละคน และ ยอมรับข้อเสนอแนะ

๕)  ใช้กระบวนการควบคุมทางสถิติ ใช้เครื่องมือทางสถิติรวมถึงเทคนิค เพื่อจะวิเคราะห์ ระบบที่ทำงานอยู่

๖)  ความมั่นคงของงาน สามารถส่งมอบผลผลิตและบริการในระดับที่มีความพึงพอใจและสามารถแข่งขันได้

๗)  ใช้ทีม ในการทำงานให้ได้ตามเป้าหมาย

๘)  ขยายการป้องกันของชาติ ใช้กระบวนการที่มีคุณภาพเพื่อสามารถสนองตอบต่อการส่งกำลังและซ่อมบำรุงได้

๗.๗ QP-4 ทำงานอย่างไร

กระบวนการ QP-4 มีดังนี้

๑)  ค้นหากระบวนการที่ต้องการปรับปรุง

๒)  ตั้งใครเป็นเจ้าของกระบวนการ แต่ละกระบวนการ

๓)  ตั้งสมาชิก Process Action Team (PAT)ที่มาจากทั้ง ลูกค้าและผู้ปฏิบัติงานทั้งภายในและนอก

๔)  เลือกที่ปรึกษาทางเทคนิค หรือ ผู้ช่วยปรับปรุงกระบวนการ

๕)  ให้การฝึกอบรมแก่ เจ้าของกระบวนการ และ สมาชิกในทีมในเรื่อง

๕.๑)  การแก้ไขปัญหา

๕.๒)  ทักษาการโต้ตอบ

๕.๓)  กระบวนการควบคุมทางสถิติ

๕.๔)  การเก็บรวบรวมข้อมูล

๕.๕)  การนำเสนอข้อมูล

๖)  มีการประชุม PAT บ่อยๆ

๗)  การเริ่มการวิเคราะห์กระบวนการทำได้ดังนี้

๗.๑)  แจกแจงกระบวนการ

๗.๒)  สร้าง Flow Chart ของกระบวนการ

๗.๓)  ตั้งว่าใครเป็นลูกค้า และเค้าต้องการอะไร

๗.๔)  ตั้ง Key ระดับสำคัญของปัญหา

๗.๕)  เก็บข้อมูลและ วัดประสิทธิภาพ

๗.๖)  วิเคราะห์และตรวจหาสาเหตุและผลกระทบเชื่อมโยง

๗.๗)  สร้างข้อเสนอแนะในการปรับคน วิธีการ วัตถุดิบ

เครื่องจักร

สิ่งแวคล้อม

๗.๘)  บันทึกการพัฒนาปรับปรุงที่เกิดขึ้น

๗.๙)  ควบคุมกระบวนการ โดยใช้ กระบวนการควบคุมทาง

สถิติ

๗.๘ วิธีการ

ในบทนี้จะกล่าวถึงขั้นตอนที่ต้องปรับปรุงและพัฒนาการประกันคุณภาพ และจะแสดงเหตุผลที่ต้องปรับปรุงโดย ยกความเข้าใจเรื่องคุณภาพ QP-4 และหลักสูตรการฝึกอบรมในปัจจุบัน โดยจะเป็นข้อเสนอแนะตามคำถามดังนี้

คำถามที่ ๑ ทอ.สหรัฐฯ ได้ให้การฝึกอบรมแก่ นายทหารซ่อมบำรุง ในเรื่องเทคนิคการพัฒนาคุณภาพอย่างเพียงพอและทั่วถึงแล้วหรือไม่

จากที่ Deming ได้เน้นใน ๑๔ หัวข้อย่อยที่จะต้องพัฒนาในการนำเอาระบบประกันคุณภาพมาใช้ ผู้บริหารต้องได้รับการอบรม ความรู้ ทักษะในเรื่องคุณภาพ

คำถามที่ ๒ จะสามารถนำเอา ระบบ QP-4 ไปใช้เพื่อที่จะพัฒนาคุณภาพในการซ่อมบำรุงระดับฐานบินได้อย่างไร

จากตัวอย่างของการนำเอา QP-4 ไปใช้อย่างประสบผลสำเร็จในการส่งกำลังและซ่อมบำรุงระดับโรงงานในศูนย์ Warner Robin ดังนี้

การใช้ทีม PAT ในการพัฒนาการประกันคุณภาพ QP-4 มีข้อได้เปรียบหลักอยู่  2 ประเด็น คือ ความเรียบง่ายและ โครงสร้างที่ สามารถจะใช้ได้กับการพัฒนาคุณภาพหลากหลาย เช่น หน่วยงาน Aircraft Guidance and Metrology (AGMC) ได้ พบปัญหาการใช้งานและซ่อมบำรุงอะไหล่  Mission Capable (MICAP) เนื่องจากมี ลูกค้าโทรเข้ามาเพื่อปรับปรุงสถานภาพ และติดตามการซ่อม เป็นจำนวนมากทำให้เสียเวลารบกวนการทำงาน ทีม PAT ได้เสนอแนะให้แก้ไข โดยตั้งหน่วย ให้บริการลูกค้าโดยเฉพาะขึ้นมา ทำให้ลดปัญหาไปได้ จากการซ่อมเป็นวัน ก็กลายเป็นชั่วโมงจะเห็นได้ว่า QP-4 ไม่ได้ให้คำตอบ แต่เป็นการปรับโครงสร้างองค์กร

หน่วยซ่อมบำรุง Oklahoma City มีปัญหาเรื่องข้อมูลไม่ตรงในระบบคลัง ซึ่งตรวจสอบแล้วว่า ถูกต้องเพียง 50% ทีม PAT เสนอแนะให้ แยกย่อย หน่วยงานเป็น 6 หน่วยงานแทนที่จะเป็น คลังเดี่ยว ทำให้การซ่อมบำรุง แยกย่อยไปให้ง่ายต่อการติดตามทำให้การทำงานและข้อมูลมีความถูกต้องเพิ่มขึ้นเป็น 95%

หน่วยซ่อมบำรุง San Antonio มีปัญหาของเครื่องยนต์ F100 โดยมีการชำรุด ที่ Bearing Scavenge Tube หมายเลข 4 พบชำรุดมากกว่าปกติ ทำให้ การส่งพัสดุชิ้นอะไหล่ขาดแคลน ทีม PAT เสนอแนะให้สร้าง Fixture เพื่อให้ง่ายต่อการถอดเปลี่ยน และยังแนะนำให้ลดความตึงของ Safty Wire ใส่ลงใน Technical Order เพื่อลดการชำรุดถอดเปลี่ยนโดยไม่จำเป็น และยังเสนอแนะให้ยกเลิก การใช้ เครื่องมือที่เป็นสาเหตุของการชำรุด การเสนอแนะของทีม PAT ทำให้อัตราการถอดเปลี่ยนลดลง อย่างน้อย 60% หรือ เป็นเงินมากกว่า 164,000 USD ในแค่เพียงปีแรกที่ ดำเนินการเท่านั้น

การนำเอาระบบ QP-4 มาใช้ในศูนย์ส่งกำลังซ่อมบำรุง Robin ได้สร้างเป้าหมายของหลักสูตร คุณภาพ โดยเริ่มจาก การอธิบายพื้นฐาน ของ ปรัชญา Deming ที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนากระบวนการ การให้การฝึกอบรมในการใช้ เครื่องมือทาง สถิติ และกราฟฟิค พร้อมในระบบโปรแกรมคอมพิวเตอร์ เพื่อทำให้การพัฒนาคุณภาพได้ง่าย นอกจากนั้นยังนำเอาระบบ Personal Profile System Questionnaire ที่พัฒนาโดย Performax System International มาใช้

หลักสูตรยังรวมไปถึงการแก้ไขปัญหาโดยใช้ หลักการทางวิทยาศาสตร์ ด้วยขั้นตอนดังนี้

การบ่งชี้กระบวนการ การลำดับสำคัญ การฝึกอบรมสมาชิกทีม การเก็บรวบรวมข้อมูล การค้นหาตัวชี้วัด การควบคุมทางสถิติ การควบคุม การปรับปรุง และการติดตามเฝ้าดู สำหรับเครื่องมือการควบคุมทางสถิติ จะใช้ Pareto Chart, Flow Diagram , Cause and Effect Diagram และ Control Chart อื่นๆ  โดยหลักสูตรจะขึ้นอยู่กับระดับของบุคคลากร เช่น ผู้บริหารจะเน้น ถึงความเข้าใจข้อมูล การสรุป และการตัดสินใจ

สรุปแล้ว ศูนย์ส่งกำลังซ่อมบำรุง Robin ใช้ ทีม PAT เป็นหลักในการพัฒนาคุณภาพ โดยมี ที่ปรึกษาตั้งมาเพื่อ สนับสนุน ชี้ทาง ประสานงาน และ ควบคุม และจะต้องมี หลักสูตรเพื่อให้ บุคลากรแต่ละสมาชิก PAT

การฝึกอบรมด้านคุณภาพสำหรับ นายทหารซ่อมบำรุงอากาศยาน

นายทหารซ่อมบำรุงอากาศยานมีส่วนสำคัญอย่างยิ่งต่อระดับคุณภาพของการซ่อมบำรุงและกิจกรรมในฐานบิน  ซึ่งเป็นผู้ตัดสินใจในแต่ละวันในการทำงาน เป็นผู้สร้างแรงจูงใจให้กับผู้ปฏิบัติงานดังนั้น นายทหารซ่อมบำรุงจะต้องมี ความรู้พื้นฐานเรื่อง อะไรคือคุณภาพและจะพัฒนาคุณภาพได้อย่างไร นอกจากนั้นจะต้องเน้นให้ เห็นว่า คุณภาพเป็นความรับผิดชอบของทุกคน และจะต้องไม่มี ผู้ใดหรือ หน่วยงานได้รับผิดชอบโดยเฉพาะ คุณภาพจะต้องมีความทุ่มเทจากบนสู่ล่าง

ข้อสรุปและข้อเสนอแนะจากการวางแผนที่จะนำไปใช้ของระบบประกันคุณภาพ

ในบทต่อนี้จะเป็นการสรุปรวบรวมความรู้ เรื่องการปฏิบัติการซ่อมบำรุงอากาศยาน, คุณภาพ และ QP-4 โปรแกรม และจะนำเสนอความสัมพันธ์นำมาเป็นแผนวิธีการนำไปใช้ ของ ทอ.สหรัฐฯ และ ระดับฐานบิน

๘. ข้อสรุปในวิทยานิพนธ์

พลตรี Hansen ได้อธิบายข้อจำกัดของการปรับลดงบประมาณ กลาโหมสหรัฐฯ ในอนาคตซึ่งจะมีผลจาก กฎหมาย Gramm Rudmann Hollings และ พลตรี Gillis สังเกตแนวโน้มของการขยายของภารกิจซึ่งจะขยายความต้องการการซ่อมบำรุงซึ่งกดดันให้ ทอ.สหรัฐฯ ต้องเร่งแก้ปัญหารวมถึงอายุการใช้งานของฝูงบินที่มีเครื่องบินมีอายุการใช้งานมายาวนาน ซึ่งต้องการการสนับสนุน การซ่อม อะไหล่ เงิน และ บุคลากร ทำให้ ต้องหาหนทางที่จะต้องรีดการทำงานให้สามารถดำรงขีดสนับสนุนไว้อยู่ให้ได้

กรณีศึกษา บริษัท The Whistler และ Corning เป็นกรณีศึกษาที่ แสดงถึงการพัฒนาคุณภาพที่จะนำไปสู่ความสำเร็จ ในการเพิ่มคุณภาพ เพิ่มกำไรจากการลงทุน อีกทั้งเพิ่มประสิทธิภาพในภาคเอกชน ดังนั้นก็น่าจะนำมาปรับใช้ในสภาพแวคล้อม ของ การส่งกำลังและซ่อมบำรุงของ ทอ.สหรัฐ

ในบทที่ 4 อธิบายถึง ระบบประกันคุณภาพ QP-4 ที่น่าจะเหมาะสมกับ ศูนย์ส่งกำลังและซ่อมบำรุงของ ทอ.สหรัฐ ฯ (AFLC)และยังได้แสดงด้านต่างๆของ ระบบ QP-4 ที่ได้ใช้งานที่ ศูนย์ส่งกำลังบำรุง Robins ความเรียบง่ายและนำมาใช้งานได้จริงแสดงให้เห็นว่าสามารถนำมาปรับใช้กับ องค์กรต่างๆ เช่นเดียวระดับฐานบิน ซึ่งก็ได้ข้อสรุปว่าสามารถปรับใช้กับระดับฝูงบินที่สามารถทำให้ เพิ่มผลผลิตในสภาวะที่มีข้อจำกัดเรื่องทรัพยากร จากการปรับปรุงคุณภาพโดย ระบบประกันคุณภาพ QP-4

ข้อสรุปข้อที่ 4 สามารถแสดงให้เห็นว่า ระบบการประกันคุณภาพ เป็นส่วนสำคัญนำพาให้ สามารถรักษา คุณภาพ ปรับปรุงคุณภาพ และ บริหารจัดการคุณภาพได้เป็นอย่างดี ทฤษฎีของDeming และ Crosby 14 หัวข้อ เน้นข้อเท็จจริงว่า การจะบริหารจัดการระบบประกันคุณภาพให้เป็นผลสำเร็จจะประกอบด้วยความรับผิดชอบของบุคลากรที่จะ ต้องได้รับการเชื่อมั่น การฝึกอบรม และมีความรู้ ในเรื่อง ปรัชญา ยุทธศาสตร์ พื้นฐาน และ เทคนิคด้านคุณภาพ

ดังนั้น หลักสูตรนายทหารซ่อมบำรุงจะต้องถูกวิเคราะห์และปรับเปลี่ยนให้ มีการใส่ทักษะการพัฒนาคุณภาพดังข้อเสนอแนะคือ นำเอาระบบประกันคุณภาพ QP-4 ไปใช้ในระดับฐานบิน และ จะต้องให้ หลักสูตรนายทหารซ่อมบำรุงฝึกอบรมเตรียมพร้อมให้สามารถจัดการและพัฒนาระบบประกันคุณภาพในทุกๆที่ได้

ข้อเสนอแนะแผนการนำไปใช้งาน

การนำระบบประกันคุณภาพ QP-4 ไปใช้ประกอบด้วยการเปลี่ยนผ่านอย่างเต็มรูปแบบด้วยความลื่นใหลและประสบผลสำเร็จ 3 ขั้นดังนี้

ขั้นที่ ๑ เสนอแนะขั้นต้นและขยายข้อความ

หนึ่งในสิ่งสำคัญที่สุดที่ Deming และ Crosby แนะนำไว้คือการให้คำมั่นสัญญาของผู้บริหาร หรือ ความมุ่งมั่นที่จะพัฒนา  การที่จะทำให้ ระบบประกันคุณภาพ QP-4 ใช้งานได้เป็นเครื่องมือในองค์กรระดับฐานบินคือการที่ ผู้นำองค์กรสูงสุดต้องมุ่งมั่น และสนับสนุนการให้การฝึกอบรม ซึ่งถ้าใช้การออกคำสั่งในการทำงานด้านคุณภาพจะทำให้ทุกคนที่เกี่ยวข้องไม่ให้ความมุ่งมั่นเพียงพอ แต่ถ้าผู้นำสูงสุดขององค์กรมุ่งมั่นและเข้ามาเกี่ยวข้องกับการนำเอาระบบประกันคุณภาพไปใช้ โอกาสที่จะประสบความสำเร็จก็จะมีมาก การเสนอแนะขั้นต้นและการขยายข้อความด้านคุณภาพจะต้องกระทำเป็นระบบคือ

ขั้นที่ ๑.๑  จะต้องมีการสนับสนุนให้ทุน จัดการประชุมทางวิชาการในระดับผู้บริหารเพื่อแชร์ประสบการณ์ ปรัชญา ยุทธศาสตร์และ บทเรียน อีกทั้งให้รางวัล

ขั้นที่ ๑.๒  จะต้องเน้นการพัฒนากระบวนการในการผลิตหรือซ่อมบำรุงแทนที่จะเน้นการตรวจหลังการซ่อมโดยใช้ Process Action Team (PAT) มันจะเป็นการเน้นไปที่ สาเหตุหรือต้นตอของปัญหาแทนที่จะไปเน้นที่ อาการข้อขัดข้อง ซึ่งจะทำให้เกิดการพัฒนาการฝึกอบรมที่คนว่าจะทำงานอย่างไรหรือมีการปรับเปลี่ยนกระบวนการ

การฝึกอบรม การแสดงให้เห็นถึงข้อดีของการใช้ระบบประกันคุณภาพ การปรับเปลี่ยนกระบวนการหรือโครงสร้างให้เหมาะสมกับ กระบวนการที่มีคุณภาพจะทำให้ผู้บริหารมุ่งมั่นที่จะใช้งานกระบวนการระบบ QP-4 ซึ่งในผู้บริหารรุ่นต่อๆมาก็จะ เข้าใจและทำตาม

ขั้นตอนที่ ๒ การฝึกอบรมและให้ความรู้

นายทหารซ่อมบำรุงจะต้องได้รับการฝึกอบรมและความรู้ในด้านต่างๆของ ระบบประกันคุณภาพ นอกจากนั้นต้องแสดงให้นายทหารเหล่านั้นมองภาพใหญ่ของการเสียหายจากการซ่อมบำรุงที่ไม่มีคุณภาพ ดังนั้นในการฝึกอบรม ต้องมีหัวข้อเรื่องเกี่ยวกับ อะไรคือคุณภาพในการซ่อมบำรุงอากาศยาน จะทำให้มีคุณภาพสำเร็จได้อย่างไร การปรับปรุงคุณภาพ อะไรคือคุณภาพ ปรัญญาจากผู้เชี่ยวชาญด้านคุณภาพเช่น Juran, Crosby และ Deming ซึ่งจะทำให้ สามารถ วิเคราะห์คุณภาพในสภาวะแวคล้อมที่ ผู้เข้ารับการฝึกอบรมจะต้องเผชิญในอนาคตที่จะต้องปรับปรุงคุณภาพ นอกจากนั้นจะต้องอธิบายหน้าที่ของนายทหารซ่อมบำรุงจะต้องมุ่งมั่นในการทำงานที่มีคุณภาพและต้องสร้างจิตสำนึกให้แก่ผู้ใต้บังคับบัญชาว่า คุณภาพเป็นหน้าที่สำนึกรับผิดชอบของทุกคนในองค์กร และจะไม่มีใครรับบทบาทการตรวจคุณภาพอีกต่อไป ดังนั้นมันคือการพัฒนากระบวนการที่มีคุณภาพแทนการตรวจคุณภาพหลังการทำงาน การฝึกอบรมจะต้องรวมการใช้งาน และวิเคราะห์รูปแบบ Pareto การวิเคราะห์คุณค่า Flow Chart เพื่อหาสาเหตุของปัญหา Cause and Effect Diagram

ขั้นตอนที่ ๓ นำเอาระบบประกันคุณภาพ QP-4 ไปใช้งาน ประกอบด้วยการที่ให้ผู้บริหารสูงสุดในองค์กรนำเอาไปใช้งานโดยการให้นโยบายกับ ทุกหน่วยงานในองค์กร คัดเลือก ที่ปรึกษา ทีม PAT สมาชิกทีม PAT อ

ระบบประกันคุณภาพ QP-4 ตามคำจำกัดความตาม WR/ALC/RFB Pamphlet 74-8 หมายถึงการคำนึงถึงกระบวนการ บุคลากร ผลผลิต และ ประสิทธิภาพ ซึ่งเป็นสิ่งที่ผู้บริหารต้องให้ความสำคัญทั้ง 4 ด้าน ผู้บริหารต้องให้รางวัลกับความมีประสิทธิภาพที่ดี ความร่วมมือร่วมใจในการทำงาน และการทำงานเป็นทีมที่ดี นอกจากนั้นจะต้องเข้าใจถึงความต้องการของคนทำงานและการใช้ความเป็นผู้นำต่อบุคลากรเพื่อประสิทธิภาพสูงสุด และจะต้องถ่ายทอดเป้าหมายและบทบาทให้แก่บุคลากรเพื่อการพัฒนาคุณภาพ ซึ่งเป็นการบริหารจัดการหน่วยงานแต่ละหน่วยซึ่งมีความแตกต่างของลักษณะ ขึ้นอยู่กับ ความมีทักษะ การศึกษา และ บุคลิกภาพของแต่ละหน่วยงาน การบริหารจัดการให้ระบบประกันคุณภาพประสบผลสำเร็จไม่มีสูตรสำเร็จตายตัวแต่ก็มีข้อแนะนำคือ ให้เปลี่ยนกระบวนการศึกษาของผู้บริหารเหล่านั้นเพื่อให้เขาเหล่านั้นไปทำการปรับแต่งหน่วยงานของตัวเอง

Share

WP SlimStat

Featuring Recent Posts Wordpress Widget development by YD