“อากาศยาน เหิรสู่ฟ้า นั่นคือหน้าที่ของเรา”

         กิจการการบินของประเทศไทยได้ก่อกำเนิดขึ้นในสมัยของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าซึ่งทรงมีพระบรมราโชบายทำนุบำรุงกิจการทหารอย่างจริงจัง และ ทรงตระหนัก  ถึงความจำเป็นทีประเทศไทยจะต้องมีเครื่องบินไว้ป้องกันภัย  ที่จะบังเกิดแก่ชาติ ด้วยเหตุนี้ กระทรวงกลาโหมจึงได้จัดตั้ง แผนกการบินกองทัพบกอยู่ใน บังคับบัญชาของจเรทหารช่าง  คือ  นายพลโทพระเจ้าบรมวงศ์เธอ  กรมขุน  กำแพงเพชรอัครโยธิน  จนกระทั้งปีพุทธศักราช  ๒๔๘๐   แผนกการบิน  ได้ยกฐานะเป็น กองทัพอากาศขึ้นตรงต่อกระทรวงกลาโหมกรมช่างอากาศ  กองบัญชาการสนับสนุนทางอากาศ  ก่อตั้งขึ้นเมื่อ ๑๙ เมษายน พุทธศักราช ๒๔๖๕  เป็นกรมที่สุดกรมหนึ่ง ในส่วนยุทธบริการในสายการบังคับบัญชาของกองบัญชาการสนับสนุนทางอากาศ  ซึ่งขึ้นตรงต่อกองทัพอากาศ  ตามอัตราท.อ.๓๙  มีหน้าที่ดำเนินการเกี่ยวกับการ ซ่อม
สร้าง ดัดแปลงอากาศยาน เครื่องยนต์และบริภัณฑ์  การผลิตก๊าซ  การพัสดุช่างอากาศ  การพัสดุเชื้อเพลิง  วิจัย และพัฒนากิจการช่างอากาศ กับมีหน้าที่ กำหนดแนวทาง ควบคุม ประเมินผลการศึกษา  และตรวจกิจการในสายวิทยาการช่างอากาศ มีเจ้ากรมช่างอากาศเป็นผู้บังคับ บัญชารับผิดชอบ


           เดือนธันวาคม พุทธศักราช ๒๔๕๖  กระทรวงกลาโหมได้จัดตั้ง “แผนกการบิน” ขึ้นตรงต่อจเรทหารช่างและ  เสนาธิการทหารบก โดยมีส่วนขึ้นตรงคือ นักบิน และโรงงาน  (ซึ่งโรงงาน นี้ ต่อไปจะเป็น กรมช่างอากาศ ๒๗ มี.ค. ๒๔๕๗ แผนกการบินยกฐานะเป็น“กองบินทหารบก”โรงงานจึงขึ้นตรงต่อกองบินทหารบก ( ๒๗
มี.ค. ๒๔๕๗ เป็นวันที่ กระทรวงกลาโหมออกคำสั่งตั้งเป็นกองบินทหารบก ซึ่งเริ่มเป็นปึกแผ่นแล้วจึงนับถือวันนี้เป็นวันสถาปนากองทัพอากาศ)

           ๑๙ มี.ค.๒๔๖๑ ยกฐานะจาก “กองการบินทหารบก” เป็น กรมอากาศยานทหารบก โรงงาน จึงได้เปลี่ยนชื่อเป็น "โรงงานกรมอากาศยานทหารบก"

           ๑ ธ.ค. ๒๔๖๔ เปลี่ยน ชื่อจาก กรมอากาศยานทหารบก เป็น กรมอากาศยาน เนื่องจาก กห. พิจารณาเห็นว่ากำลังทางอากาศ  มิได้เป็นกำลังเฉพาะในด้านยุทธศาสตร์ทางทหารเท่านั้น  แต่มีประโยชน์อย่างกว้างขวางต่อกิจการด้านอื่นๆ เช่นการพาณิชย์  และการคมนาคม เป็นต้น  โรงงานจึงเปลี่ยนชื่อเป็น โรงงานของกรมอากาศยาน

           ๑๙ เม.ย. ๒๔๖๕ ได้มีการจัดส่วนราชการของกรมอากาศยานใหม่ โดย โรงงานของกรมอากาศยาน ยกฐานะเป็น “กองโรงงานกรมอากาศยาน ตั้งอยู่ที่ดอนเมือง ทางด้านตะวันตกของสนามบิน มีหน้าที่อำนวยการบริการการบินทั่วไปสร้างเครื่องบินตามแบบของต่างประเทศ บูรณะซ่อมแซมเครื่องบิน และเครื่องยนต์ให้พร้อมที่จะปฏิบัติการได้เสมอซึ่งวันนี้ถือเป็นวันที่ก่อตั้ง กรมช่างอากาศ เป็นต้นมา


     >> พ.ศ. ๒๔๗๓ ได้ย้ายหน่วยงานจากที่ตั้งดอนเมืองมาอยู่ที่ บางซื่อ และเริ่มทำการผลิตเครื่องบินให้ข้าราชการ ในขั้นจัดเป็นสายการผลิต
     >> ๑๒ เม.ย. ๒๔๗๘ เปลี่ยนชื่อจาก กองโรงงานกรมอากาศยาน เป็น “กองโรงงานกรมทหารอากาศ”      
     >> ๙ เม.ย. ๒๔๘๐ กรมทหาอากาศยกฐานะเป็น“กองทัพอากาศ”ดังนั้นกองโรงงานกรมทหารอากาศจึงได้ยกฐานะเป็น“กรมโรงงานทหารอากาศ”ขึ้นต่อตรงกองทัพอากาศ
     >>  พ.ศ.๒๔๙๑ เปลี่ยนชื่อจาก กรมโรงงานทหารอากาศ เป็น กรมช่างอากาศ ขึ้นตรงต่อกองทัพอากาศ     
     >>  ต.ค. ๒๕๓๙ กรมช่างอากาศ จัดอยู่ในสายยุทธบริการ ๑๑ หน่วย ซึ่งอยู่ในสายการบังคับบัญชา ของกองบัญชาการสนับสนุนทหารอากาศ หรือเรียกตามคำย่อว่า บนอ. ขึ้นตรงต่อกองทัพอากาศ จนถึงปัจจุบัน


     โดยแบ่งส่วนราชการขึ้นตรง ๑๑ หน่วยขึ้นตรง ดังนี้
     ๑. กองบังคับการ
     ๒. กองบริการ
     ๓. แผนกการเงิน
     ๔. กองวิทยาการ
     ๕. กองโรงงาน
     ๖. กองซ่อมอากาศยาน๑
     ๗. กองซ่อมอากาศยาน๒
     ๘. กองซ่อมเครื่องยนต์
     ๙. กองซ่อมบริภัณฑ์
     ๑๐. กองพัสดุอากาศ
     ๑๑. กองพัสดุเชื้อเพลิง


     ผลงานที่น่าภาคภูมิใจของกรมช่างอากาศ จากอดีต จนถึง ปัจจุบันสร้างเครื่องบินแบบ เบรเกร์ ชนิด ปีก ๒ ชั้นเป็นผล สำเร็จ เมื่อ ๒๔ พ.ค. ๒๔๘๕ ได้ทดลองทำการบิน โดยพันโท พระเฉลิมอากาศ ผู้บังคับการกองบินทหารบก เครื่องบิน สามารถสู่อากาศ และแล้วได้อย่างคล่องแคล่ว สามารถบินไปมาในระยะสูงประมาณ ๑๐๐ เมตร การประกอบการสร้างลำตัว ปีก หาง และใบพัดของเครื่องบินด้วยพันธ์ไม้ที่เกิดขึ้นในประเทศไทย ๑๒ พ.ค. ๒๔๖๔ สร้างเครื่องบิน นิออร์ปอร์ท และ ทำการบินได้สำเร็จจำนวน ๔ เครื่อง


     ปี พ.ศ. ๒๔๗๐ ได้ทำการออกแบบและสร้างเครื่องบินทิ้งระเบิดแบบ บงท.๒ ซึ่งเครื่องบินแบบนี้ เรียกว่า เครื่องบินบริพัตร เป็น เครื่องบินทิ้งระเบิด ๒ ที่นั่ง ปีก ๒ ชั้น โคลงสร้างด้วยท่อภูราลูแมงและไม้บุผ้า ใช้เครื่องยนต์ จูปิเตอร์๔๐๐-๖๐๐ แรงม้า๑ เครื่องในปีพ.ศ.๒๔๗๒ใช้บินเดินทางไปเยือนอินเดียและไปเยือนฮานอยในปี๒๔๗๓ปัจจุบัน มีตัวอย่างให้ชมบริเวรช่องทางเข้า สโมสรนายทหารอากาศบางซื่อ


     ปี พ.ศ. ๒๔๗๒ ได้ออกแบบ และสร้างเครื่องบินขับไล่ แบบ ข.๕ ซึ่งเครื่องบินแบบนี้เรียกว่า“ประชาธิปก” ตามพระนามพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวที่ได้พระราทานชื่อไว้นับว่าเป็นเครื่องบินแบบที่สองที่ออกแบบ และสร้างเองโดยคนไทย


    ๑๕ มิ.ย. ๒๔๗๒ ได้สร้างเครื่องบินแบบ นิเออร์ปอร์ท ขนาด ๒๐ ตารางเมตร โดยดัดแปลงจาก ๑๘ ตารางเมตร ใช้เครื่องยนต์ เลอโรน ๘๐ แรงม้า ๑ เครื่อง เสร็จเรียบร้อย


    ปี ๒๔๙๐ พัฒนาการสร้าง บ.ทอ.๒ ดัดแปลงชุดหางจากบ. สื่อสารแบบที่ ๕ ซึ่งเดิมเป็น V TYPE ให้เป็นแบบใช้ แพนหางดิ่ง และแพนหางระดับ,แผนแบบ บ.ทอ.๓ และผลิตหุ่น จำลอง ขนาด ๑:๖ ไปทดลองที่ประเทศญี่ปุ่น, บ.ทอ.๔ ใช้แบบจากบ.ฝึกแบบที่ ๙ โดยเปลี่ยนเครื่องยนต์ และแผ่นโครงสร้างบริเวณปีก และลำตัว จำนวน ๑๒ เครื่อง เข้าประจำการ กองทัพอากาศเป็น บ.ฝึก แบบ๑๗


    ๒๓ ก.พ. ๒๕๑๔ พัฒนาเครื่องบิน แบบ บ.ทอ.๔ เป็นเครื่องบินแบบฝึก ปีกชั้นเดียว ๒ ที่นั่งตามกันฐานพับไม่ได้ ใช้เครื่องยนต์ คอนติเนนตัลไอโอ-๓๖๐ ดี กำลัง ๒๑๐ แรงม้า จำนวน ๑๒ เครื่อง โดยกรมช่างอากาศได้ทำการสร้างชิ้น ส่วนย่อย ๆเป็นจำนวน ๕๖๗ ชิ้น สร้าง GIC และเครื่องมือแบบขึ้นรูปต่างๆ ๒๖๖ ชิ้น ใช้ชั่วโมงคน ๘,๕๓๐ ชั่วโมงคน ทำการบินครั้งแรกเมื่อ ๒๕ ก.ย. ๒๕๑๕ ใช้เวลาประมาณ ๑๘ เดือน นับจากเริ่มโครงการ


    ปี ๒๕๑๗ แผนแบบ ด้านโครงสร้าง และอากาศพลศาสตร์ บ.ทอ.๕ โดยสร้างหุ่นจำลอง ขนาด ๑:๖
ไปทดลองที่ประเทศออสเตรเลีย


    ปี ๒๕๒๖ สร้างเครื่องบิน FANTRINER โดยร่วมกับ บริษัท RHEIN FLUGZEUGBAU GMBH จากประเทศเยอรมันและได้บรรจุเข้าประจำการกองทัพอากาศ เป็น บ. ฝึกแบบ ๑๘/ก (FT 400 และ FT 600) จำนวน ๒๐ เครื่อง


    ทำการซ่อมบำรุง และปรับปรุงสภาพ บ. เพื่อใช้ในกิจกรรมฝนหลวง ๑๑ เครื่อง
• บ. ลำเลียง ๔ ก จำนวน ๓ เครื่อง
• บ. ลำเลียง ๙ จำนวน ๖ เครื่อง
• บ. โจมตีแบบ ๖


     ปี ๒๕๔๒ แผนแบบ สร้างและติดตั้งอุปกรณ์ดับไฟป่า บน.บล. ๒ก

     สิ่งที่ประทับใจของเราชาวกรมช่างอากาศปัจจุบัน กรมช่างอากาศ ฯ ได้ดูแลรับผิดชอบในการซ่อมบำรุงอากาศยาน จำนวน ๙ ประเภท
     ๑. ประเภทขับไล่ บ.ข.๑๙/ก, บ.ข.๑๘/ก/ข/ค, บ.ข.ฝ.๑
     ๒. ประเภทโจมตี ได้แก่ บ.จ.๕, บ.จธ.๒
     ๓. ประเภทลำเลียง ได้แก่ บ.ล.๕, บ.ล.๘, บ.ล.๙,บ.ตล.๑๒
     ๔. ประเภทลาดตระเวน ได้แก่ บ.ตข.๑๘, บ.ตล.๖, บ.ตล.๗, บ.ตล.๙, บ.ตล.๑๒
     ๕. ประเภทเฮลิคอบเตอร์ ได้แก่ ฮ.๔ก, ฮ.๖, ฮ.๖ง, ฮ.๙
     ๖. ประเภทบุคคลสำคัญ ได้แก่ บ.ข.๑๘ข, บ.ล.๑๑, บ.ล.๑๓, ฮ.๖ ก,ฮ.๖ข , ฮ.๖ค
     ๗. ประเภทฝึกสังกัด รร.การบิน ได้แก่ บ.ฝ.๑๖ , บ.ฝ.๑๖ ก , บ.ฝ.๑๙ , ฮ.๘
     ๘. ประเภทฝึกสังกัดกองบิน ได้แก่ บ.ฝ.๑๔ , บ.พ.๑
     ๙. ประเภทปฏิบัติกิจเฉพาะพิเศษ ได้แก่ บ.ล.๒ ก

     นอกเหนือจากการซ่อมบำรุงอากาศยานกองทัพอากาศแล้ว สิ่งที่สำคัญที่กรมช่างอากาศ ฯ ต้องรับผิดชอบ คือ งานซ่อมบำรุงดัดแปลงแก้ไขอากาศยานพระราชพาหนะประจำพระองค์ของพลเอกสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช สยามมกุฎราชกุมารรวมถึงรถยนต์พระที่นั่งโบราณอีกทั้งกรมช่างอากาศ ฯ ยังทำการซ่อมบำรุงเฮลิคอปเตอร์ให้ กับกองทัพบกกองทัพเรือกองทัพอากาศจะเห็นได้ว่าหน้าที่และภารกิจของกรมช่างอากาศกองบัญชาการสนับสนุน ทหารอากาศนั้นมีความสำคัญยิ่งกิจการการบินอากาศยาน แบบต่างๆต้องมีการซ่อมบำรุงอบยู่เสมอเพื่อให้อากาศยาน กองทัพอากาศ สามารถทำการบินได้อยู่อย่างมีประสิทธิภาพ และมีความ ปลอดภัย กรมช่างอากาศ กองบัญชาการ สนับสนุนทหารอากาศ ที่เปี่ยมด้วยบุคลาที่มีคุณภาพ พร้อมจะปฏิบัติภารกิจให้สำเร็จลุล่วงด้วยดี เพื่อกองทัพอากาศ ประเทศชาติ และราชบัลลังก์